แม้การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2569 จะยังไม่เข้าสู่ช่วงหาเสียงอย่างเป็นทางการ แต่ผลสำรวจความคิดเห็นจากหลายสำนัก รวมถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองและเครือข่ายผู้สนับสนุน เริ่มสะท้อนให้เห็นว่า “ศึกชิงเมืองหลวง” กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ
ในมุมมองของ REMORA สิ่งที่ประชาชนเห็นบนหน้าสื่ออาจเป็นเพียงรายชื่อผู้สมัครและตัวเลขผลโพล แต่สิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้ผิวน้ำคือการจัดวางกำลังของเครือข่ายอำนาจ การรวมตัวของฐานเสียง และการต่อสู้เพื่อกำหนดอนาคตของกรุงเทพมหานครในอีกหลายปีข้างหน้า
กรุงเทพมหานครไม่ใช่เพียงเมืองหลวงของประเทศ แต่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน การสื่อสาร และเป็นพื้นที่ที่สะท้อนอารมณ์ทางการเมืองของประเทศได้ดีที่สุด
ดังนั้น ศึกผู้ว่าฯ กทม. จึงเป็นมากกว่าการเลือกผู้บริหารเมือง
แต่เป็นสนามทดลองทางการเมืองที่ทุกฝ่ายกำลังจับตา
ตามหลัก REMORA หากวิเคราะห์ผู้สมัครและกลุ่มผู้สมัครในปัจจุบัน จะพบว่ากำลังเกิดการแบ่งตัวออกเป็น 4 กลุ่มหลัก
กลุ่มแรก คือ “ผู้สมัครสายผลงาน”
เป็นกลุ่มที่พยายามนำเสนอความต่อเนื่องของการบริหารเมือง เน้นการแก้ปัญหาเชิงรูปธรรม เช่น การจราจร น้ำท่วม สิ่งแวดล้อม ระบบขนส่งมวลชน และคุณภาพชีวิต
กลุ่มนี้มักได้เปรียบจากคะแนนนิยมเดิมและฐานเสียงที่พอใจผลงานที่ผ่านมา
กลุ่มที่สอง คือ “ผู้สมัครสายการเมือง”
มีพรรคการเมืองหรือเครือข่ายทางการเมืองหนุนหลังอย่างชัดเจน
จุดแข็งคือมีโครงสร้าง มีทีมงาน และมีฐานเสียงที่สามารถระดมกำลังได้รวดเร็ว
แต่จุดอ่อนคืออาจถูกมองว่าเป็นตัวแทนของความขัดแย้งทางการเมืองระดับชาติ
กลุ่มที่สาม คือ “ผู้สมัครสายเทคโนแครต”
ประกอบด้วยบุคคลที่มีภาพลักษณ์ด้านวิชาชีพ การบริหาร หรือภาคธุรกิจ
เน้นแนวคิดการจัดการเมืองสมัยใหม่ เมืองอัจฉริยะ เทคโนโลยี และประสิทธิภาพการบริหาร
กลุ่มนี้มักได้รับความสนใจจากชนชั้นกลางและคนรุ่นใหม่
กลุ่มที่สี่ คือ “ผู้สมัครอิสระหรือผู้ท้าชิงหน้าใหม่”
แม้อาจไม่มีฐานทางการเมืองขนาดใหญ่ แต่สามารถสร้างกระแสได้ หากสามารถเชื่อมโยงกับอารมณ์ของประชาชนในช่วงเวลาที่เหมาะสม
ดุลย์มองว่า สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขโพล คือแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของคะแนนนิยม
เพราะในอดีตหลายครั้ง ผู้ที่นำในโพลช่วงต้น ไม่ได้เป็นผู้ชนะในวันเลือกตั้งเสมอไป
เนื่องจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เป็นการเลือกตั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากตัดสินใจในช่วงโค้งสุดท้าย
โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ ปัญหาสาธารณะ หรือกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ในมุม REMORA ผลโพลจึงเป็นเพียง “ภาพถ่ายของวันนี้”
ไม่ใช่ “ภาพยนตร์ของวันเลือกตั้ง”
อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ การเปลี่ยนแปลงของฐานเสียงคนรุ่นใหม่
ประชาชนจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับผลลัพธ์มากกว่าอุดมการณ์
เลือกจากประสิทธิภาพมากกว่าคำขวัญ
เลือกจากความสามารถในการแก้ปัญหามากกว่าความนิยมทางการเมือง
แนวโน้มดังกล่าวกำลังทำให้รูปแบบการหาเสียงแบบเดิมเผชิญความท้าทายอย่างมาก
เมื่อสังเคราะห์ตามหลัก REMORA จะพบว่าศึกผู้ว่าฯ กทม. 2569 กำลังเป็นการต่อสู้ระหว่าง 3 กระแสใหญ่
กระแสแรก คือการรักษาฐานอำนาจเดิม
กระแสที่สอง คือการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย
และกระแสที่สาม คือความต้องการผู้นำที่สามารถบริหารเมืองได้จริงโดยไม่ยึดติดกับความขัดแย้งทางการเมือง
ดังนั้น ผู้ชนะในสนามนี้อาจไม่ใช่ผู้ที่มีเสียงดังที่สุด
แต่คือผู้ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้มากที่สุด
ในโลกของ REMORA วาฬอาจกำหนดกระแสน้ำ ฉลามอาจสร้างแรงกดดัน แต่ผู้ที่ตัดสินผลลัพธ์สุดท้ายกลับเป็นแพลงก์ตอนนับล้านตัวที่รวมพลังกันในวันเลือกตั้ง
และนั่นคือเหตุผลที่ศึกผู้ว่าฯ กทม. 2569 ยังคงเป็นเกมที่ไม่มีใครสามารถประกาศชัยชนะได้ล่วงหน้า
เพราะสนามเลือกตั้งเมืองหลวง ไม่ได้ตัดสินด้วยเสียงเชียร์
แต่ตัดสินด้วยความเชื่อมั่นของประชาชนในวันสุดท้าย
ดุลย์ จุลกะเศียน
นักวิเคราะห์ สำนักข่าววิหคนิวส์
เอกสารอ้างอิง
- สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
- กรุงเทพมหานคร
- สำนักงานสถิติแห่งชาติ
- รายงานผลสำรวจความคิดเห็นสาธารณะจากสถาบันต่าง ๆ
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560
- พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร
- UN-Habitat
- World Cities Report
