วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 10.30 น.
นางรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร และประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งคำถามถึงทิศทางราคาน้ำมันในประเทศไทย ภายหลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายลง
นางรสนาระบุว่า จากรายงานข่าวต่างประเทศที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ซึ่งระบุว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เปิดเผยระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G7 ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ และมีแนวโน้มเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 19 มิถุนายนนี้
ภายหลังข่าวดังกล่าว ราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 73.19 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือคิดเป็นต้นทุนเนื้อน้ำมันดิบประมาณ 15 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
นางรสนามองว่า เมื่อสถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และราคาน้ำมันดิบลดลงอย่างชัดเจน ประชาชนย่อมคาดหวังให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปขายปลีกภายในประเทศปรับลดลงตามต้นทุนเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทยยังมีองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาษีสรรพสามิต เงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เงินส่งเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ค่าการตลาด และต้นทุนการบริหารจัดการในระบบพลังงาน
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันโลกและผลกระทบต่อราคาขายปลีกในประเทศ ยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนและภาคธุรกิจจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง : เฟซบุ๊ก รสนา โตสิตระกูล และข้อมูลราคาน้ำมันดิบดูไบ วันที่ 16 มิถุนายน 2569
