18 มิถุนายน 2569
ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดการเงินโลกมากที่สุด ไม่ใช่การเกิดสงครามครั้งใหม่ แต่คือสัญญาณการลดระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนย้ายเงินทุนของโลกอย่างมีนัยสำคัญ
ดุลย์ จุลกะเศียน นักวิเคราะห์ สำนักข่าววิหคนิวส์ มองว่า ตลาดกำลังเริ่มเปลี่ยนจากยุค “Energy Fear Trade” กลับเข้าสู่ “Growth Trade” อีกครั้ง หลังความเสี่ยงด้านพลังงานและการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเริ่มคลี่คลาย
ผลที่เกิดขึ้นทันทีคือ ราคาน้ำมันโลกเริ่มอ่อนตัว สินทรัพย์ปลอดภัยถูกขายทำกำไร และตลาดหุ้นเอเชียตอบรับเชิงบวกอย่างชัดเจน
น้ำมันลง เงินเฟ้อผ่อน โลกเริ่มหายใจคล่อง
การลดลงของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ตลาดพลังงานประเมินใหม่ว่าความเสี่ยงด้านอุปทานอาจไม่รุนแรงอย่างที่กังวลก่อนหน้า
ดุลย์ จุลกะเศียน วิเคราะห์ว่า การอ่อนตัวของราคาน้ำมันถือเป็นข่าวดีต่อประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน โดยเฉพาะไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย เพราะจะช่วยลดต้นทุนพลังงาน ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ และเพิ่มโอกาสให้เศรษฐกิจฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางหลายประเทศอาจมีพื้นที่มากขึ้นในการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในอนาคต หากแรงกดดันเงินเฟ้อชะลอตัวลงจริง
วาฬโลกเริ่มย้ายเงินจากพลังงานกลับสู่ AI
อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญคือ การกลับมาของแรงซื้อในหุ้นเทคโนโลยีทั่วเอเชีย
ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน กลายเป็นผู้นำการฟื้นตัวรอบนี้ โดยเม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่กลุ่ม Semiconductor, AI Infrastructure, Cloud Computing และ Data Center อย่างต่อเนื่อง
ดุลย์ จุลกะเศียน มองว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือการโยกย้ายเงินทุนจาก Energy Trade กลับเข้าสู่ Technology Trade และ AI Trade ซึ่งอาจเป็นธีมหลักของตลาดโลกในช่วงครึ่งหลังปี 2569 หากสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่กลับมารุนแรงอีกครั้ง
แต่ดอกเบี้ยสหรัฐยังเป็นกำแพงสำคัญ
แม้ภาพรวมตลาดจะดีขึ้น แต่ความเสี่ยงยังไม่หมดไป
นักลงทุนทั่วโลกยังจับตาท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐอย่างใกล้ชิด เพราะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อาจจำกัดการฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยง
ดุลย์ จุลกะเศียน เตือนว่า ตลาดยังไม่เข้าสู่ภาวะ Risk-On เต็มรูปแบบ เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ
ยูเครนยังยืดเยื้อ สงครามเปลี่ยนรูปแบบ
ในยุโรป สงครามยูเครนยังไม่มีสัญญาณยุติ โดยเริ่มเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านอาวุธเข้าสู่การแข่งขันด้านทรัพยากรมนุษย์
การเพิ่มกำลังพลและการระดมทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อไปอีกระยะ และยังคงเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจยุโรปในระยะยาว
ไทยรับอานิสงส์เต็ม ๆ จากพลังงานและเงินทุน
สำหรับประเทศไทย ภาพรวมถือว่าได้รับผลบวกมากกว่าลบจากสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง
ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยลดต้นทุนภาคธุรกิจและค่าครองชีพ ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้าสู่เอเชียมากขึ้น
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเดินหน้าผลักดันโครงการ Land Bridge อีกครั้ง ท่ามกลางกระแสความสนใจด้านโลจิสติกส์และความมั่นคงทางพลังงานของโลก
ดุลย์ จุลกะเศียน มองว่า หากโครงการดังกล่าวสามารถเดินหน้าได้จริง ไทยมีโอกาสยกระดับบทบาทเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยการเมืองภายในประเทศยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตาม ทั้งเรื่องเสถียรภาพรัฐบาล ความขัดแย้งทางการเมือง และประเด็นชายแดน ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้เช่นกัน
วิหคนิวส์วิเคราะห์
ภาพใหญ่ของโลกกำลังเปลี่ยนจาก “ความกลัวสงคราม” กลับเข้าสู่ “การแสวงหาโอกาสการเติบโต”
เงินทุนเริ่มเคลื่อนออกจากสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง กลับเข้าสู่หุ้น เทคโนโลยี และ AI อีกครั้ง
สำหรับประเทศไทย ถือเป็นจังหวะสำคัญที่อาจได้รับประโยชน์พร้อมกัน 3 ด้าน ได้แก่ ราคาพลังงานที่ลดลง เงินทุนต่างชาติที่เริ่มไหลกลับเอเชีย และโอกาสจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ดุลย์ จุลกะเศียน ย้ำว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าตลาดโลกเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่แล้ว
สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือ “การเปลี่ยนแปลงของความน่าจะเป็น” หรือ Probability Shift จาก Risk-Off ไปสู่ Neutral Bullish มากกว่าการยืนยันแนวโน้มขาขึ้นเต็มรูปแบบ
นักลงทุนจึงควรติดตามทิศทาง Fund Flow และข้อมูลเศรษฐกิจจริงในช่วงสัปดาห์ถัดไปอย่างใกล้ชิด
สังเคราะห์และวิเคราะห์โดย
ดุลย์ จุลกะเศียน
นักวิเคราะห์ สำนักข่าววิหคนิวส์
แหล่งข่าวอ้างอิง
- สำนักข่าว Reuters
- Bloomberg
- CNBC
- Financial Times
- The Wall Street Journal
- Investing.com
- Trading Economics
- Federal Reserve (FOMC)
- IMF
- World Bank
- OPEC
- SET (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)
- TFEX
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT)
- กระทรวงการต่างประเทศ
- สำนักข่าวรัฐบาลไทย
- ASEAN Secretariat
- สำนักข่าววิหคนิวส์ Research Desk
- REMORA Operations System v5.0.1 Analysis Framework
แฮชแท็ก
