30 สิงหาคม 2569
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลังมีการเผยแพร่ภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในชุดลิเก พร้อมข้อความอ้างว่า นายกรัฐมนตรีถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจรถบริเวณด่านตรวจในจังหวัดบุรีรัมย์
แต่ข้อเท็จจริงกลับพบว่า เหตุการณ์ที่นายอนุทินพบและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจเกิดขึ้นจริง ขณะที่ภาพนายกรัฐมนตรีและคณะในชุดลิเกเป็นภาพที่สร้างหรือดัดแปลงด้วย AI ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดคำถามทันทีว่า การนำภาพที่สร้างด้วย AI ไปเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ จะเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่
นาย ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกมาเตือนว่า การนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิด โดยเฉพาะการสร้างเนื้อหาที่ส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่นหรือสังคม อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่จะผิดหรือไม่ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี ทั้งเนื้อหา วิธีการนำเสนอ และผลกระทบที่เกิดขึ้น
⚠️ “ภาพ AI” ไม่ได้ผิดทุกภาพ
นายไชยชนกไม่ได้ระบุว่าการสร้างภาพ AI ล้อเลียนบุคคลทุกกรณีเป็นความผิดโดยอัตโนมัติ แต่ย้ำว่าต้องพิจารณาจาก เนื้อหาและผลกระทบ
หากเป็นเพียงภาพล้อเลียนหรือคอนเทนต์สร้างสรรค์โดยไม่ได้ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นเหตุการณ์จริง ก็ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงแตกต่างจากกรณีที่นำภาพปลอมไปประกอบข้อความเท็จ จนทำให้ประชาชนเข้าใจผิดหรือเกิดความเสียหาย
กระทรวงดีอีเองเคยอธิบายว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จ และยังมี มาตรา 16 ที่เกี่ยวกับภาพของบุคคลซึ่งถูกสร้าง ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงจนมีลักษณะที่อาจทำให้บุคคลนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย
ดังนั้น การเป็นภาพ AI เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ผิดกฎหมายทันที แต่บริบทของการเผยแพร่และผลที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณา
🔥 TH-AI Passport เห็นภาพ AI แต่ยังตามตัวคนสร้างไม่ได้
นายไชยชนกระบุถึงระบบ TH-AI Passport ว่า ระบบสามารถมองเห็นภาพรวมว่ามีการสร้างเนื้อหาด้วย AI แต่ข้อมูลที่จัดเก็บในระบบยังไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้สร้างคอนเทนต์ดังกล่าว
พร้อมขอให้ประชาชนใช้ AI อย่างสร้างสรรค์ และหลีกเลี่ยงการสร้างหรือเผยแพร่เนื้อหาที่อาจสร้างความเสียหายต่อบุคคลอื่นหรือสังคม
ขณะเดียวกัน TH-AI Passport มีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 หลังมีผู้ลงทะเบียนล่วงหน้ามากกว่า 1.31 ล้านคน โดยรัฐบาลตั้งเป้าให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโปรได้สูงสุด 5 ล้านคน
กรณี “อนุทินชุดลิเก” จึงกลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของยุคที่ภาพจริงและภาพที่สร้างด้วย AI สามารถถูกนำมาผสมกันจนทำให้ผู้รับสารแยกแยะได้ยาก
สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่เพียงว่า “ภาพนี้สร้างด้วย AI หรือไม่” แต่คือผู้เผยแพร่กำลังนำภาพนั้นไปใช้ในบริบทใด และทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง MGR Online และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
#ไชยชนก
#อนุทิน
#AI
#ภาพAI
#THAIPassport
#พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
#ข่าวปลอม
#ข่าวการเมือง
#เทคโนโลยี
#สำนักข่าววิหคนิวส์
