เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » 🚨 หวิดหายนะปัตตานี!! EOD สยบบึ้มยักษ์เกือบ 50 กก. ซุกซาเล้งกลางห้าง ใช้กว่า 2 ชั่วโมงตัดวงจรสำเร็จ

🚨 หวิดหายนะปัตตานี!! EOD สยบบึ้มยักษ์เกือบ 50 กก. ซุกซาเล้งกลางห้าง ใช้กว่า 2 ชั่วโมงตัดวงจรสำเร็จ

30 August 2026
43   0

ปัตตานี — ความคืบหน้าเหตุอุกอาจที่โกลบอลเฮ้าส์ สาขาปัตตานี บริเวณแยกบานา ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี ล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 30 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือ EOD สามารถควบคุมวัตถุระเบิดขนาดใหญ่ที่ถูกซุกมากับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างได้สำเร็จ หลังใช้เวลาปฏิบัติการนานกว่า 2 ชั่วโมง

เหตุการณ์เริ่มขึ้นช่วงเย็นวันที่ 29 สิงหาคม 2569 โดยข้อมูลจากเจ้าหน้าที่และรายงานข่าวระบุตรงกันว่า เวลาประมาณ 18.40–19.00 น. มีกลุ่มคนร้ายประมาณ 3–4 คน พร้อมอาวุธปืนยาว บุกเข้าไปในพื้นที่ห้างและคลังสินค้า ก่อนข่มขู่ให้พนักงานและประชาชนออกจากบริเวณดังกล่าว

จากนั้นเกิดเสียงระเบิดขึ้น 3 ครั้ง เจ้าหน้าที่จึงปิดล้อมพื้นที่และเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงบริเวณแยกบานา โดยเบื้องต้นไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์

แต่จุดที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นอีก คือการพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่ถูกนำมาจอดทิ้งไว้ภายในพื้นที่คลังสินค้า พร้อมสิ่งของและวงจรต้องสงสัย

เจ้าหน้าที่ EOD จึงไม่เสี่ยงนำกำลังพลเข้าใกล้ แต่ใช้โดรนสำรวจพื้นที่ ก่อนส่งหุ่นยนต์ EOD เข้าไปตรวจสอบและจัดการวัตถุต้องสงสัยจากระยะปลอดภัย

การตรวจสอบพบถังแก๊สดัดแปลงประกอบเป็นระเบิดแสวงเครื่อง พร้อมระบบวงจรและเชื้อเพลิง โดยรายงานล่าสุดระบุว่าวัตถุระเบิดมีน้ำหนักเกือบ 50 กิโลกรัม ขณะที่ข้อมูลเบื้องต้นจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ระบุว่าพบถังแก๊สดัดแปลง 1 ถังและแกลลอนน้ำมันหลายใบ

ชุด EOD ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงในการดำเนินการ ก่อนใช้หุ่นยนต์จัดการวงจรและระบบจุดชนวน จนสามารถควบคุมวัตถุระเบิดได้โดยไม่มีรายงานเจ้าหน้าที่หรือประชาชนได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม

รายงานระบุอีกว่า ระเบิดลูกใหญ่ดังกล่าวไม่ทำงานตามที่ถูกตั้งระบบไว้ เบื้องต้นมีการตรวจสอบความเป็นไปได้ว่ากลไกหรือวงจรอาจเกิดความเสียหายระหว่างการเคลื่อนย้ายหรือการนำเข้ามาวางในพื้นที่ แต่รายละเอียดทางนิติวิทยาศาสตร์ยังต้องรอผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ EOD ชุดพิสูจน์หลักฐาน และกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เพื่อสำรวจพื้นที่และรวบรวมหลักฐานติดตามผู้ก่อเหตุ

อีกประเด็นที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอย่างเข้มข้น คือรูปแบบการนำรถพ่วงข้างพร้อมวัตถุระเบิดมาจอดทิ้งไว้ ซึ่งมีการประเมินเบื้องต้นถึงความเป็นไปได้ว่าอาจมุ่งสร้างอันตรายต่อผู้ที่เข้ามาตรวจสอบภายหลัง จึงทำให้การเข้าพื้นที่ของ EOD ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังสูงสุด

ย้อนรอยพื้นที่ปัตตานี

เหตุครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กลับมาตึงเครียด โดยก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วันเกิดเหตุโจมตีหลายจุดในปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ทั้งการวางระเบิด วางเพลิง และโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ยังไม่มีกลุ่มใดออกมายอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นผู้ก่อเหตุทั้งหมด

ปัตตานีเองเคยเผชิญเหตุระเบิดขนาดใหญ่ในพื้นที่พาณิชย์มาแล้วหลายครั้ง หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญคือเหตุระเบิดบิ๊กซี ปัตตานี เมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และมีการใช้ระเบิดตามหลังเพื่อเพิ่มความเสียหาย

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2567 ยังเคยเกิดเหตุคาร์บอมบ์ใกล้แฟลตตำรวจใน ต.บานา โดยเจ้าหน้าที่ในขณะนั้นตรวจสอบพบรูปแบบการก่อเหตุหลายขั้นตอน และเชื่อว่ามีการใช้ระเบิดลูกแรกเพื่อล่อเจ้าหน้าที่ ก่อนเกิดระเบิดจากรถยนต์ตามมา

ส่วนเหตุโกลบอลเฮ้าส์ครั้งล่าสุด เจ้าหน้าที่ยังไม่ประกาศผลสอบสวนขั้นสุดท้ายว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด และยังต้องตรวจพิสูจน์วงจร วัตถุระเบิด รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงหลักฐานในพื้นที่ เพื่อสาวถึงผู้ร่วมก่อเหตุและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ยังคงควบคุมพื้นที่ ตรวจสอบอาคาร คลังสินค้า และทรัพย์สินโดยรอบอย่างละเอียด เพื่อยืนยันว่าไม่มีวัตถุอันตรายหลงเหลือ พร้อมเร่งรวบรวมหลักฐานติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, Thai PBS, มติชน, ข่าวสด, สำนักข่าวอิศรา และข้อมูลสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้

#วิหคนิวส์ #VihokNews #ปัตตานี #ระเบิดปัตตานี #โกลบอลเฮ้าส์ #GlobalHouse #EOD #เก็บกู้ระเบิด #ชายแดนใต้ #บานา #ข่าวด่วน #ความมั่นคง