เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » 🔥 “สิทธิโชติ” อดีตอธิบดีศาลฎีกาและกกต. หักดิบ แฉ 2 เสียงข้างน้อย! ชี้คดีฮั้ว สว.โกงเป็นขบวนการ ไม่ใช่แค่เป็นรายคน

🔥 “สิทธิโชติ” อดีตอธิบดีศาลฎีกาและกกต. หักดิบ แฉ 2 เสียงข้างน้อย! ชี้คดีฮั้ว สว.โกงเป็นขบวนการ ไม่ใช่แค่เป็นรายคน

15 September 2026
45   0

15 กันยายน 2569 เวลา 19:26 น.

นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเคยเป็นอดีตอธิบดีศาลฎีกา และหนึ่งใน 2 เสียงข้างน้อย ในการพิจารณาคดีฮั้วเลือก สว. ออกมาอธิบายเหตุผลการลงมติของ กกต. โดยย้ำว่า ผลการพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองและบุคคลในพรรคการเมือง ไม่ได้เป็นมติเอกฉันท์ทั้งหมด แต่มีทั้ง 5:2, 6:1 และบางราย 7:0

นายสิทธิโชติและนายชาย ณ นคร เป็น 2 เสียงข้างน้อยที่เห็นว่า พยานหลักฐานบางส่วนมีน้ำหนักเพียงพอให้ดำเนินคดีกับบุคคลสำคัญบางราย

⚡ จุดชี้ขาด “ต้องมองช้างทั้งตัว”

เสียงข้างน้อยเห็นว่า พฤติการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่พบรูปแบบคล้ายกันในหลายจังหวัด ทั้ง นครศรีธรรมราช ภูเก็ต หนองบัวลำภู อุทัยธานี นครสวรรค์ และสุโขทัย

มีการกล่าวถึงการรวมกลุ่มตามโรงแรม การจัดทำ “โพย” และการกำหนดหมายเลขผู้สมัคร โดยพบโพยอย่างน้อย 12 ชุด ซึ่งหมายเลขผู้สมัครบางส่วนสอดคล้องกับผลการเลือกจริง

นายสิทธิโชติจึงเห็นว่า ไม่ควรแยกพิจารณาเหตุการณ์เป็นรายจังหวัดหรือรายบุคคลเท่านั้น แต่ต้องนำพฤติการณ์ทั้งหมดมาเชื่อมโยงกันเพื่อดูภาพรวมของเครือข่าย หรือที่เรียกว่า “มองช้างทั้งตัว”

📱 โพย–โทรศัพท์–กล้องวงจรปิด ถูกนำมาประกอบ

หลักฐานที่เสียงข้างน้อยนำมาพิจารณา ได้แก่

  • โพยรายชื่อและหมายเลขผู้สมัครจากหลายพื้นที่
  • ภาพโพยที่พบในโทรศัพท์ พร้อมข้อมูลวันที่
  • ข้อมูลการติดต่อระหว่างบุคคลในพื้นที่ สส. สมาชิกพรรค และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  • ภาพจากกล้องวงจรปิดในวันเลือก สว. 26 มิถุนายน 2567
  • ข้อมูลการประชุมและการรวมกลุ่มในโรงแรม

นายสิทธิโชติเห็นว่า หลักฐานเหล่านี้ควรถูกนำมาพิจารณาร่วมกัน ไม่ใช่ตัดสินน้ำหนักจากหลักฐานชิ้นใดชิ้นหนึ่งเพียงลำพัง

🚨 ปมพยานกลับคำยังไม่ใช่หลักฐานทั้งหมด

กรณีพยานรหัส 16/26 ซึ่งกลับคำให้การภายหลัง นายสิทธิโชติเห็นว่า ยังต้องพิจารณาหลักฐานอื่นประกอบ โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดและข้อมูลในโทรศัพท์

ส่วนคำให้การที่เปลี่ยนแปลงไป นายสิทธิโชติเห็นว่าต้องนำมาเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานอื่น ไม่ควรนำการกลับคำเพียงอย่างเดียวมาตัดน้ำหนักหลักฐานทั้งหมด

💰 เส้นเงินพบชัดบางกลุ่ม แต่ยังติดข้อจำกัด

สำหรับเส้นทางการเงิน กกต.มีข้อมูลที่ชัดเจนในกลุ่มผู้สมัครและผู้มีสิทธิเลือกบางราย จนมีมติเอกฉันท์ให้ดำเนินคดี

แต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลระดับสูง การตรวจสอบเส้นทางการเงินยังมีข้อจำกัด และบางกรณีพบการโอนเงินระหว่างพื้นที่ แต่ไม่สามารถย้อนกลับไปยังต้นทางได้ทั้งหมด

เสียงข้างน้อยจึงเห็นว่ายังมีพฤติการณ์ที่ควรนำมาประกอบการพิจารณา

⚖️ “โพย” ไม่ได้ผิดทุกกรณี

นายสิทธิโชติแยกประเด็นสำคัญว่า หากผู้สมัครจดรายชื่อไว้ เพื่อช่วยจำและยังตัดสินใจด้วยตนเอง อาจไม่ถือเป็นความผิด

แต่หากบุคคลอื่นเป็นผู้กำหนดหมายเลขหรือรายชื่อ แล้วผู้มีสิทธิเลือกนำไปใช้ลงคะแนนตามที่กำหนด ย่อมเกิดคำถามถึงความเป็นอิสระของการลงคะแนน และอาจเข้าข่ายทุจริตตามมาตรา 62 ของกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.

🔥 มติจบแล้ว แต่ศาลยังเป็นผู้วินิจฉัย

นายสิทธิโชติยืนยันว่า เมื่อ กกต.มีมติแล้ว สำนวนในชั้น กกต.ถือว่าสิ้นสุด และไม่สามารถย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงมติเดิมได้ตามปกติ

สำหรับผู้ที่ถูกส่งดำเนินคดี ศาลฎีกาจะเป็นผู้พิจารณาพยานหลักฐานและวินิจฉัยต่อไป

ขณะเดียวกัน นายสิทธิโชติระบุว่า หากมีการฟ้องร้องกรรมการ กกต.ในประเด็นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ตนมีหลักฐานยืนยันทั้งผลการลงมติ เหตุผล และพยานหลักฐานที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ

🚨 ปฏิเสธ “กกต.สีน้ำเงิน”

นายสิทธิโชติปฏิเสธแนวคิดว่า กกต.แบ่งฝักแบ่งฝ่ายหรือเป็น “กกต.สีน้ำเงิน” โดยระบุว่า ความแตกต่างเป็นเพียงการประเมินพยานหลักฐานในคดีนี้ของกรรมการแต่ละคน

แก่นสำคัญของการชี้แจงครั้งนี้จึงอยู่ที่ การเปิดให้สังคมเห็นทั้งมติของเสียงข้างมากและเหตุผลของเสียงข้างน้อย เพื่อให้สามารถตรวจสอบกระบวนการใช้อำนาจของ กกต.ได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาและเหตุผลที่นายสิทธิโชติเปิดเผยเป็นความเห็นของกรรมการเสียงข้างน้อย ขณะที่ความผิดของผู้ถูกกล่าวหาจะต้องเป็นไปตามกระบวนการพิจารณาของศาล

สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: คำชี้แจง นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต. วันที่ 15 กันยายน 2569
#สิทธิโชติ #กกต #ฮั้วสว #คดีฮั้วเลือกสว #โพยเลือกสว #อนุทิน #ภูมิใจไทย #ศาลฎีกา #การเมืองไทย