นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากร เพื่อขอให้ดำเนินการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของนายทักษิณ ชินวัตร โดยอ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่มีผลให้คดีภาษีอากรดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว
หนังสือดังกล่าวระบุว่ากรมสรรพากรได้มีหนังสือแจ้งประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อนายทักษิณตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2560 ก่อนที่เจ้าตัวจะใช้สิทธิอุทธรณ์และฟ้องร้องต่อศาลภาษีอากรกลาง กระทั่งคดีเดินทางผ่านทุกขั้นตอนจนศาลฎีกามีคำพิพากษายกฟ้อง
นายวัชระระบุว่าสิทธิเรียกร้องของรัฐเกี่ยวกับหนี้ภาษีอากรมีอายุความ 10 ปี และนับจากวันที่สามารถบังคับสิทธิได้ จึงเห็นว่ากรมสรรพากรควรเร่งดำเนินการตามอำนาจที่กฎหมายกำหนด
อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ ยังอ้างถึงบทบัญญัติของประมวลรัษฎากรที่ให้อำนาจอธิบดีกรมสรรพากรสามารถสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สิน รวมถึงขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างชำระภาษีได้ โดยไม่จำเป็นต้องขอหมายศาลก่อน พร้อมขอให้มีการตรวจสอบสถานะหนังสือเดินทางและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเฝ้าระวังการเดินทางออกนอกประเทศ จนกว่าจะมีการชำระภาษีครบถ้วนตามกฎหมายทั้งนี้
นายวัชระได้ขอให้กรมสรรพากรแจ้งผลการดำเนินงานกลับมายังตนเองและประชาชนภายใน 30 วัน โดยย้ำว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนที่ควรได้รับความชัดเจนโดยเร็วสำนักข่าววิหคนิวส์อ้างอิง : หนังสือร้องเรียนของนายวัชระ เพชรทอง ถึงอธิบดีกรมสรรพากร วันที่ 8 มิถุนายน 2569 และคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้องกับคดีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของนายทักษิณ ชินวัตร
#วัชระเพชรทอง #ทักษิณชินวัตร #ภาษีทักษิณ #กรมสรรพากร #ยึดทรัพย์ #อายัดทรัพย์ #คดีภาษี #การเมืองไทย #วิหคนิวส์ #สำนักข่าววิหคนิวส์
