2 กรกฎาคม 2569 เวลา 20.30 น.
ศึกการเมืองปม คลิปเสียงโยงทุจริตสอบท้องถิ่น ร้อนระอุไม่หยุด ล่าสุดลุกลามเข้าสู่รัฐสภา หลัง อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย และประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ออกโรงตอบโต้กรณี ดร.พงศกรณ์ เสาร์ทน หรือ “กฤต” พาดพิงถึงคณะกรรมาธิการว่ามีพฤติการณ์เรียกรับผลประโยชน์
นายอาสพลธ์ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ของคณะกรรมาธิการและสภาผู้แทนราษฎร เพราะอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า กมธ. มีพฤติกรรมใช้อำนาจเรียกรับผลประโยชน์ หรือใช้กลไกตรวจสอบไปแบล็กเมลบุคคลภายนอก
ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ยืนยันว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นที่ปรึกษาของ กมธ. ไม่มีชื่ออยู่จริง ในคณะกรรมาธิการชุดปัจจุบัน แม้จะพบบุคคลที่มีนามสกุลใกล้เคียงกับผู้ถูกพาดพิง แต่เป็นบุคคลใน กมธ.ชุดก่อนหน้า
นายอาสพลธ์ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่อง “ล่อซื้อ” อย่างหนักแน่น โดยระบุว่า กลไกของกรรมาธิการไม่มีอำนาจดำเนินการในลักษณะดังกล่าว และถือเป็นคำกล่าวหาที่กระทบต่อศักดิ์ศรีของฝ่ายนิติบัญญัติอย่างร้ายแรง
จากกรณีนี้ เจ้าตัวเตรียมประสานเจ้าหน้าที่ กมธ. เพื่อจัดทำหนังสือเสนอถึง โสภณ ซารัมย์ ให้พิจารณาส่งเรื่องต่อสำนักกฎหมายของสภา เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่กล่าวพาดพิง
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ประธานสภาวางมาตรการป้องกันไม่ให้บุคคลที่มีหรือไม่มีตำแหน่งเกี่ยวข้องกับกรรมาธิการ แอบอ้างชื่อสภาไปแสวงหาผลประโยชน์จากบุคคลภายนอก
คดีนี้กลายเป็นอีกหนึ่งแรงกระเพื่อมของ มหากาพย์โกงสอบท้องถิ่น ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ลุกลามไปถึงนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และบุคคลใกล้ชิดผู้มีอำนาจหลายฝ่าย
นักวิเคราะห์มองว่า การตอบโต้ของพรรคภูมิใจไทยครั้งนี้สะท้อนว่า ปมคลิปเสียงเริ่มไม่ใช่แค่เรื่องของ “การสอบท้องถิ่น” อีกต่อไป แต่กำลังขยายเป็น สงครามการเมืองเต็มรูปแบบ ระหว่างฝ่ายที่ออกมาแฉ กับฝ่ายที่ถูกพาดพิง
คำถามสำคัญเวลานี้คือ… ข้อกล่าวหาของกฤตเป็นข้อมูลจริง หรือเป็นเพียงคลื่นข่าวเพื่อดิสเครดิตฝ่ายตรงข้าม? ซึ่งสุดท้ายอาจต้องให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ชี้ขาด
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: รัฐสภา, คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร
