4 กันยายน 2569
ประเด็น Data Center กลายเป็นโจทย์ใหญ่ระดับยุทธศาสตร์ของประเทศไทย หลังมีการตั้งกระทู้สดที่รัฐสภาเกี่ยวกับการรองรับการใช้พลังงานของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่ กรณ์ จาติกวณิช ออกมาเปิดมุมมองต่อประเด็นดังกล่าว พร้อมชี้ว่าการดึงดูดการลงทุนเป็นเรื่องดี แต่รัฐบาลต้องมองให้ครบทุกมิติ
ข้อมูลจากภาครัฐระบุว่า ช่วงปี 2567–2569 มีโครงการ Data Center ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้ว 42 โครงการ มูลค่าประมาณ 750,000 ล้านบาท และมี IT Load รวมราว 3,400 เมกะวัตต์
ขณะเดียวกัน ตัวเลข 57 โครงการ มูลค่ากว่า 811,000 ล้านบาท ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ เป็นข้อมูลอีกชุดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับโครงการที่ได้รับอนุมัติและข้อเสนอให้รัฐพิจารณาการกำกับย้อนหลัง จึงควรแยกฐานข้อมูลและช่วงเวลาของตัวเลขแต่ละชุดให้ชัดเจน
7 ปมร้อนที่ถูกโยนใส่รัฐบาล
- ธรรมาภิบาลและผู้กำกับดูแล
ข้อกังวลแรกพุ่งไปที่โครงสร้างการกำกับดูแล โดยตั้งประเด็นถึงบทบาทของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ซึ่งเป็นประธาน BOI และมีบทบาทในกลไกกำกับนโยบาย Data Center
พร้อมเรียกร้องให้รัฐเปิดข้อมูลให้ชัดว่า ประเทศไทยมี Data Center อยู่ที่ใดบ้าง แห่งใดเปิดดำเนินการแล้ว แห่งใดกำลังก่อสร้าง และแห่งใดได้รับอนุมัติแล้ว
ข้อมูลภาครัฐระบุว่าไทยมี Data Center 42 แห่ง และในเดือนสิงหาคม ครม.เพิ่งเห็นชอบร่างระเบียบจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการ Data Center เพื่อวางกรอบกำกับกิจการอย่างเป็นระบบมากขึ้น
- ไฟฟ้า — ต้นทุนที่ต้องจับตา
ประเด็นที่ถูกจับตาหนักที่สุดคือไฟฟ้า เพราะ Data Center ต้องใช้ไฟฟ้าต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อกังวลคือ หากระบบพลังงานสะอาดไม่เพียงพอ การเพิ่มความต้องการใช้ไฟอาจเชื่อมโยงกับการนำเข้าเชื้อเพลิง โดยเฉพาะ LNG และอาจกลายเป็นต้นทุนที่สังคมต้องร่วมรับภาระ
ก่อนหน้านี้รัฐบาลจึงเริ่มกำหนดให้การพิจารณา Data Center ต้องดูทั้ง ความพร้อมของไฟฟ้า ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และผลกระทบต่อภาคส่วนอื่น
- น้ำ — สมรภูมิใหม่ของ Data Center
อีกปมใหญ่คือการใช้น้ำหล่อเย็น
มีการประเมินว่าการใช้น้ำหล่อเย็นของ Data Center ไทยอาจเพิ่มจากประมาณ 10.68 พันล้านลิตรในปี 2568 เป็น 15.62 พันล้านลิตรในปี 2573 ท่ามกลางความกังวลเรื่องการจัดสรรน้ำระหว่างภาคอุตสาหกรรม ประชาชน และภาคเกษตร
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมาตรการใหม่ของรัฐจึงเริ่มให้ความสำคัญกับ Water Map และการเลือกพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านน้ำ ก่อนเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่
- มลพิษและช่องโหว่กฎหมาย
อีกประเด็นที่ถูกโจมตีคือผลกระทบด้าน เสียง ความร้อน น้ำเสีย และสิ่งแวดล้อม
มีการตั้งข้อสังเกตว่าในอดีต Data Center บางรูปแบบอาจไม่ได้อยู่ภายใต้กลไกกำกับเดียวกับกิจการโรงงาน ขณะที่มีข้อกล่าวหาเรื่องการใช้สถานะอาคารหรือคลังสินค้าเพื่อดำเนินโครงการ
ประเด็นนี้กำลังถูกจับตาอย่างจริงจัง เพราะกรุงเทพมหานครเพิ่งสั่งระงับโครงการ Data Center ที่อยู่ระหว่า งแผน 3 แห่ง เพื่อทบทวนมาตรฐานด้านความปลอดภัย น้ำ ไฟฟ้า เชื้อเพลิง และการใช้ที่ดิน
- AI Sovereignty — ไทยจะเป็นเจ้าของเทคโนโลยี หรือเป็นแค่เจ้าของสถานที่
คำถามสำคัญไม่ได้หยุดอยู่ที่การสร้างอาคาร แต่คือ ประเทศไทยจะได้อะไรจากโครงสร้างพื้นฐาน AI
ข้อกังวลถูกโยงถึงศักยภาพการประมวลผลของไทย ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกกำลังนำระบบประมวลผลขนาดมหาศาลเข้ามาตั้งในประเทศ
โจทย์จึงอยู่ที่การทำให้ Data Center กลายเป็นฐานพัฒนา AI ของคนไทย ไม่ใช่เพียงพื้นที่ให้บริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งโครงสร้างพื้นฐาน
รัฐบาลเองระบุว่าต้องการให้การลงทุนเชื่อมโยงกับระบบนิเวศ AI เปิดทางให้ SMEs สตาร์ตอัป และมหาวิทยาลัยเข้าถึง Cloud และกำลังประมวลผลได้มากขึ้น
- ผู้ประกอบการไทยต้องได้ใช้ของจริง
อีกคำถามใหญ่คือ เมื่อมีการลงทุนมหาศาลแล้ว SMEs และสตาร์ตอัปไทยจะได้ประโยชน์จริงแค่ไหน
ข้อเสนอคือควรมีเงื่อนไขที่วัดผลได้ ทั้งเรื่องโควตาการเข้าถึงระบบประมวลผล ราคา ระยะเวลา และกลไกบังคับใช้
ขณะที่ BOI ระบุว่าหลักเกณฑ์ใหม่ให้ความสำคัญกับการจ้างงานบุคลากรไทย การพัฒนาทักษะ การเชื่อมโยง SMEs และการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลในประเทศ
- ภูมิรัฐศาสตร์เทคโนโลยี
ปมสุดท้ายคือการแข่งขันด้าน AI ระหว่างมหาอำนาจ
กรณี Moonshot AI และข้อจำกัดการส่งออกชิปขั้นสูงของสหรัฐฯ ถูกหยิบมาเป็นตัวอย่างว่า Data Center ในประเทศที่สามอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของสมรภูมิเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีน
ล่าสุดยังมีรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณามาตรการควบคุมการเข้าถึงการประมวลผล AI จากระยะไกลในประเทศต่าง ๆ รวมถึงไทยและสิงคโปร์ ซึ่งสะท้อนว่าดาต้าเซ็นเตอร์กำลังกลายเป็นประเด็นด้านความมั่นคงทางเทคโนโลยีมากขึ้น
สาระสำคัญของข้อเสนอคือ ไทยควรรับการลงทุน Data Center แต่ต้องกำหนดกติกาให้ผลประโยชน์ตกกับประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งไฟฟ้า น้ำ สิ่งแวดล้อม การจ้างงาน การพัฒนา AI ผู้ประกอบการไทย และความมั่นคงทางเทคโนโลยี ล้วนต้องถูกนำมาคิดพร้อมกัน
เพราะ Data Center ไม่ใช่เพียง “อาคารที่มีเซิร์ฟเวอร์”
แต่กำลังกลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานยุทธศาสตร์ของประเทศ
รัฐบาลเองก็เริ่มขยับ โดยกำหนดกรอบคัดกรองใหม่ 4 มิติ ได้แก่ ประโยชน์ต่อประเทศ พลังงาน น้ำ และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การลงทุนที่กำลังเติบโตไม่กลายเป็นภาระต่อสังคมในระยะยาว
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: กระทรวงพลังงาน, สำนักงาน BOI, รัฐบาลไทย, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, NationTV, Daily News, MGR Online และ Reuters
#ดาต้าเซ็นเตอร์ #DataCenter #กรณ์จาติกวณิช #เอกนิติ #กระทรวงพลังงาน #BOI #AI #AISovereignty #ไฟฟ้า #น้ำ #เศรษฐกิจดิจิทัล #ประเทศไทย #วิหคนิวส์
