4 กันยายน 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินหน้าเปิดข้อมูลเอกสารภายในเกี่ยวกับการทำงานของ อนุกรรมการวินิจฉัยและชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 ซึ่งเป็นคณะอนุกรรมการที่ทำหน้าที่กลั่นกรองสำนวนคดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ก่อนเสนอให้ กกต.ชุดใหญ่พิจารณา
ก่อนหน้านี้ สมชัยระบุว่าได้รับเอกสารจากบุคคลภายใน กกต.จำนวนมากกว่า 200 หน้า โดยเอกสารมีลายน้ำระบุว่า “เอกสารใช้ภายในเท่านั้น” และเขาทยอยนำข้อมูลออกมาเผยแพร่ พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการทำงานของคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว
สำหรับตอนที่ 4 สมชัยระบุประเด็นสำคัญว่า “ความชาญฉลาดของคนเขียนบท” คือการสร้างกรอบการประชุมให้อนุกรรมการชุด 36 ต้องเดินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น โดยหยิบรายงานการประชุมครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 มาประกอบการเปิดเผยข้อมูล
ตามข้อมูลที่สมชัยนำเสนอ ระหว่างเข้าสู่วาระเพื่อพิจารณา อนุชา จันทร์สุริยา ได้กล่าวถึงกรอบการพิจารณากรณีกรรมการบริหารพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เข้าไปช่วยเหลือผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา
สมชัยระบุว่า กรอบดังกล่าวกำหนดองค์ประกอบไว้ 4 ข้อ ในกรณีผู้สมัครรับการช่วยเหลือจากฝ่ายการเมือง ได้แก่
- ผู้กระทำผิดต้องเป็นผู้สมัคร
- ต้องมีการช่วยเหลือจากฝ่ายการเมือง
- ผู้สมัครต้องยินยอมรับการช่วยเหลือ
- ต้องมีเจตนาเพื่อให้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา
ประเด็นที่สมชัยหยิบขึ้นมาวิพากษ์เป็นพิเศษคือ ข้อ 3 เรื่อง “ความยินยอม” โดยเขาระบุว่า หากตีความว่าเมื่อผู้สมัคร “ไม่รู้” ก็เท่ากับ “ไม่ยินยอม” อาจทำให้การพิสูจน์ความผิดทำได้ยาก เพราะผู้ถูกกล่าวหาสามารถยืนยันได้ว่าไม่ทราบว่ามีฝ่ายการเมืองเข้ามาช่วยเหลือ
สมชัยยกสถานการณ์ประกอบว่า หากฝ่ายการเมืองเข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยที่ผู้สมัครอ้างว่าไม่รู้หรือไม่ได้ร้องขอ ผู้สมัครก็อาจปฏิเสธความยินยอม และทำให้ไม่เข้าองค์ประกอบตามกรอบที่ถูกนำมาใช้พิจารณา
ส่วน ข้อ 4 เรื่องเจตนา สมชัยชี้ว่า หากต้องพิสูจน์ว่าผู้สมัครมีความประสงค์ที่จะได้รับเลือกเป็น สว. ประกอบกับเงื่อนไขว่าต้องเป็น “ผู้สมัคร” ก็อาจเกิดปัญหาในการเอาผิดบุคคลที่ไม่ได้มีสถานะเป็นผู้สมัคร หรือผู้สมัครที่ไม่ได้รับเลือก
จากนั้นสมชัยเชื่อมโยงไปถึง ความสัมพันธ์ระหว่างวรรคหนึ่งและวรรคสองของมาตรา 76 ตามประเด็นที่เขานำเสนอ โดยมองว่าหากพิสูจน์ไม่ได้ว่ามีผู้สมัครรับการช่วยเหลือจากฝ่ายการเมืองตามองค์ประกอบที่กำหนด ก็อาจส่งผลต่อการพิจารณาความผิดของฝ่ายการเมืองที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือด้วย
ประเด็นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการจับตาการทำงานของอนุกรรมการชุดที่ 36 หลังมีข้อมูลเผยแพร่ว่า คณะดังกล่าวมีมติ 5 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย ในคดีฮั้ว สว. ก่อนส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ กกต.ชุดใหญ่
ก่อนหน้านี้ สมชัยยังตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของกรรมการภายในชุด 36 โดยระบุว่า เชาวนะ ไตรมาศ เป็นประธานที่ประชุมตามรายงาน ขณะที่ อนุชา จันทร์สุริยา มีบทบาทนำการประชุมหลายครั้ง และอนุกรรมการบางรายแทบไม่ปรากฏการซักถามหรือแสดงความคิดเห็นในรายงานการประชุม ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนลงมติ
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาทั้งหมดข้างต้นเป็น ข้อสังเกตและการตีความเอกสารของสมชัย ขณะที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลที่ชี้ว่าบุคคลใดกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาดังกล่าว
สมชัยประกาศว่าจะเปิดเผยข้อมูลต่อเนื่อง โดยตอนถัดไปใช้หัวข้อ “กระชากหน้ากากชุด 26 เอาแต่ตั้งใจเล่นพรรคน้ำเงินจริงหรือไม่”
ขณะเดียวกัน วันนี้ 4 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. มีการประกาศเชิญสื่อมวลชนไปที่ สน.ทองหล่อ เพื่อเปิดเผยหลักฐานอีกชุดหนึ่ง โดยระบุว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่ยังไม่เคยเปิดเผยมาก่อน และเกี่ยวข้องกับคดีของอดีตอัยการ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: สมชัย ศรีสุทธิยากร, MGR Online, The Key News และรายงานข่าวเกี่ยวกับอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36
#สมชัยศรีสุทธิยากร #กกต #ฮั้วสว #เลือกสว #อนุกรรมการชุด36 #อนุชา #เอกสารภายใน #การเมืองไทย #คดีฮั้วสว #สมาชิกวุฒิสภา #วิหคนิวส์
