18 มิถุนายน 2569
กระแสการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในภาคธุรกิจกำลังส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในประเทศจีนอย่างมีนัยสำคัญ หลังมีรายงานว่าหลายบริษัทเริ่มดำเนินนโยบายลดจำนวนพนักงานแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือที่ถูกเรียกว่า “Quiet Layoffs” ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยี AI
รายงานจากสื่อด้านเทคโนโลยีระบุว่า หลายองค์กรในภาคธุรกิจจีนเริ่มนำ AI เข้ามารับหน้าที่แทนพนักงานในหลายตำแหน่ง ตั้งแต่งานบริการลูกค้า งานเอกสาร การวิเคราะห์ข้อมูล การตลาดดิจิทัล ไปจนถึงงานด้านการเขียนและการสร้างเนื้อหา ส่งผลให้ความต้องการแรงงานบางส่วนลดลงอย่างต่อเนื่อง
รูปแบบการปรับลดบุคลากรดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในลักษณะการปลดพนักงานครั้งใหญ่ แต่เป็นการลดจำนวนพนักงานผ่านการไม่รับคนใหม่ทดแทน การปรับโครงสร้างองค์กร การย้ายตำแหน่ง หรือการสร้างแรงกดดันให้พนักงานตัดสินใจลาออกเอง
นักวิเคราะห์มองว่า สาเหตุสำคัญมาจากการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้น ประกอบกับประสิทธิภาพของ AI ที่สามารถทำงานบางประเภทได้รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำกว่าแรงงานมนุษย์ ทำให้หลายบริษัทเร่งลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้ AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อแรงงานจำนวนมาก โดยเฉพาะพนักงานที่ทำงานซ้ำๆ และสามารถถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติได้ง่าย
ขณะเดียวกัน หลายฝ่ายมองว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะผลักดันให้แรงงานต้องพัฒนาทักษะใหม่ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารจัดการ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งยังเป็นจุดแข็งที่ AI ไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์
สถานการณ์ดังกล่าวกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกจับตา เพราะจีนถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ลงทุนด้าน AI มากที่สุด และอาจเป็นภาพสะท้อนของแนวโน้มตลาดแรงงานโลกในอนาคตอันใกล้
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง : Tech Movement, รายงานแนวโน้มตลาดแรงงานและ AI ในประเทศจีน
