7 ต.ค. 2569
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เผยแพร่บทความวิเคราะห์ผ่านเฟซบุ๊ก “วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง” เจาะประเด็นร้อนหลัง พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา นำคณะยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. โดยเฉพาะ กกต.เสียงข้างน้อย และผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบ คดีฮั้ว ส.ว.
นายวัสตั้งชื่อบทวิเคราะห์ว่า
“เมื่อ ‘คำแสลงใจ’ สะเทือนสภาสูง : เจาะรอยร้าวกรณี ส.ว.กอบ ยื่น ป.ป.ช. ปะทะวาทกรรม ‘รัฐประหารเงียบ’”
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การออกมาให้สัมภาษณ์ของ ส.ว.กอบ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ไม่ได้มุ่งโจมตีเฉพาะ กกต.เสียงข้างน้อย หรือ ส.ส.ฝ่ายค้านเท่านั้น แต่ยังพาดพิงถึงอดีตตุลาการ นักวิชาการ และองค์กรภาคประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับคดีฮั้ว ส.ว.
นายวัสจึงหยิบหลายประเด็นขึ้นมาวิเคราะห์ทั้งในทางข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
🔥 1. หลัก “สันนิษฐานว่าบริสุทธิ์” ใช้ผิดบริบทหรือไม่?
ส.ว.กอบ ระบุว่า บุคคลที่ถูกกล่าวหาต้องได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์
นายวัสตั้งคำถามว่า การร้องเรียน กกต.จากกรณีให้สัมภาษณ์หรือร่วมเวทีวิชาการนั้น กำลังกล่าวหากันในฐานะ คดีอาญา หรือ คดีจริยธรรม
หากเป็นคดีอาญา รัฐธรรมนูญมาตรา 29 วรรคสอง บัญญัติหลักไว้ชัดว่า
ผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องได้รับการสันนิษฐานว่าไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำผิดไม่ได้
ส่วนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 กำหนดว่า หากศาลยังมีความสงสัยตามสมควร ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
แต่หากเป็นเรื่อง มาตรฐานทางจริยธรรม หลักเกณฑ์จะมุ่งพิจารณาพฤติการณ์ เจตนา และระดับความเสียหายจากการฝ่าฝืนเป็นสำคัญ ไม่ได้ใช้หลักสันนิษฐานแบบเดียวกับคดีอาญาโดยตรง
🔥 2. บอกคำร้องเป็น “ความลับ” แต่แถลงผ่านสื่ออย่างเปิดเผย
อีกจุดที่นายวัสหยิบมาวิเคราะห์ คือคำให้สัมภาษณ์ของ ส.ว.กอบ เมื่อถูกถามว่าร้องบุคคลใดต่อ ป.ป.ช.บ้าง
ส.ว.กอบระบุว่า เมื่อเรื่องเข้าสู่ ป.ป.ช.แล้วถือเป็นความลับ จึงไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าร้องใครหรือร้องอย่างไร
แต่ในอีกด้านหนึ่ง กลับมีการแถลงข่าวถึงการยื่นคำร้อง พร้อมเรียกร้องให้องค์กรอิสระปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติ
นายวัสจึงตั้งข้อสังเกตถึงความย้อนแย้งว่า ในขณะที่เรียกร้องไม่ให้ฝ่ายอื่นใช้อิทธิพลทางสังคมกดดันกระบวนการตรวจสอบ ผู้ร้องเองก็ใช้พื้นที่สื่อสาธารณะวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่กำลังถูกตรวจสอบเช่นเดียวกัน
🔥 3. คดีฮั้ว ส.ว. “เสร็จชั้น กกต.” แล้วหรือยัง?
ประเด็นสำคัญอีกข้อเกิดจากคำกล่าวของ ส.ว.กอบที่ว่า
“ขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้มีคำวินิจฉัย เพียงแต่มีมติ จะไปบอกว่าเรื่องพิจารณาเสร็จแล้วได้อย่างไร”
นายวัสชี้ว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่า วันที่ 14 กันยายน 2569 กกต.ได้ประชุมและมีมติในคดีดังกล่าวแล้ว
เดิมมีผู้ถูกร้อง 427 ราย
คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 เสนอให้ส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา 229 ราย
ก่อนที่ กกต.จะมีมติให้ดำเนินการกับ 77 ราย
จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนเรียบเรียงคำวินิจฉัยและจัดทำคำร้องเพื่อส่งศาลฎีกาภายในกรอบเวลาที่กำหนด
นายวัสจึงเห็นว่า ในสาระสำคัญ การพิจารณาชั้น กกต.ได้ข้อยุติในรูปของมติแล้ว และไม่ใช่กรณีที่ยังอยู่ระหว่างชั่งน้ำหนักว่าจะลงมติอย่างไร
ดังนั้น การอ้างข้อห้ามแสดงความคิดเห็นใน “เรื่องที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา” จึงเป็นประเด็นที่สามารถถกเถียงทางกฎหมายได้
💥 4. ปม “รัฐประหารเงียบ” — คำแสลงใจที่ถูกโยงผิดเวที?
ประเด็นร้อนที่สุดอยู่ที่คำว่า “รัฐประหารเงียบ”
ส.ว.กอบแสดงความไม่พอใจต่อการใช้ถ้อยคำดังกล่าว โดยมองว่าการใช้คำลักษณะนี้อาจเป็นการชี้นำสังคม และตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของอดีตตุลาการหรือผู้ที่เคยอยู่ในองค์กรอิสระ
แต่นายวัสชี้ว่า เมื่อย้อนตรวจสอบเหตุการณ์ จะพบว่ามีรายละเอียดที่ต้องแยกออกจากกัน
เวทีราชบัณฑิตยสภา 30 ก.ย. 2569
ในการเสวนาหัวข้อ
“คดีฮั้ว ส.ว. : เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้”
รศ.โคทม อารียา ตั้งข้อสังเกตว่า หากมีพฤติการณ์ยึดอำนาจรัฐบางส่วนและยึดอำนาจนิติบัญญัติอีกส่วนหนึ่ง เรื่องดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็น “คดีอุกฉกรรจ์ทางการเมือง”
แต่นายวัสยืนยันว่า บนเวทีดังกล่าว ไม่ได้มีการใช้คำว่า “รัฐประหารเงียบ” โดยตรง
และ รศ.โคทม ก็ไม่ได้เป็นอดีตตุลาการ
คำว่า “รัฐประหารเงียบ” ปรากฏภายหลัง
ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ผู้สมัคร ส.ว.กลุ่มที่ 11 ได้ยื่นคำร้องจำนวน 17 หน้า ต่ออัยการสูงสุด เพื่อขอให้พิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49
ต่อมา วันที่ 4 ตุลาคม 2569 นายวัสได้เผยแพร่บทความวิเคราะห์ชื่อ
“จากคำร้อง 17 หน้าสู่ข้อสงสัย ‘รัฐประหารเงียบ’ : เมื่อการยึดสภาสูงอาจข้ามเส้นสู่การล้มล้างการปกครอง?”
เนื้อหาบทความตั้งข้อสังเกตในลักษณะมีเงื่อนไขว่า
หากข้อกล่าวหาในคำร้องได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นจริง
ปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจถูกพิจารณาผ่านกรอบรัฐศาสตร์ที่เรียกว่า Soft Coup หรือ Constitutional Coup คือการบ่อนทำลายหรือเข้าควบคุมกลไกประชาธิปไตยจากภายใน โดยไม่จำเป็นต้องใช้กำลังทหารหรือรถถัง
⚡ 5. “พิทักษ์ระบบ” หรือ “พิทักษ์ตำแหน่ง” ปมใหญ่ที่สังคมต้องจับตา
นายวัสมองว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนความขัดแย้งสำคัญอย่างน้อย 2 ด้าน
ด้านแรก คือปัญหาเรื่อง ความเป็นกลาง
ขณะที่ฝ่าย ส.ว.เรียกร้องให้ กกต. นักการเมือง อดีตตุลาการ และองค์กรภาคประชาชน วางตัวเป็นกลางและไม่ชี้นำสังคม
อีกด้านหนึ่ง ส.ว.ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียกับผลของคดี ก็ออกมาใช้กลไก ป.ป.ช.และพื้นที่สาธารณะเพื่อตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่มีความเห็นแตกต่างเช่นกัน
จึงเกิดคำถามเรื่อง Conflict of Interest และมาตรฐานที่ใช้กับแต่ละฝ่ายว่าเป็นมาตรฐานเดียวกันหรือไม่
ด้านที่สอง คือการปะทะกันระหว่างแนวคิด
“พิทักษ์ระบบ” กับ “พิทักษ์ผลการเลือก ส.ว.”
ฝ่ายหนึ่งมองว่า หากสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีกลุ่มการเมืองภายนอกจัดตั้งหรือครอบงำกระบวนการได้มาซึ่ง ส.ว. เรื่องดังกล่าวอาจไม่ใช่เพียงการทุจริตรายบุคคล แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบอำนาจรัฐ
โดยเฉพาะหากบุคคลภายนอกสามารถส่งกลไกของตนเองเข้ามาควบคุมอำนาจในสภาสูง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ
แต่อีกฝ่ายมองว่า การตรวจสอบและวาทกรรมที่เกิดขึ้นกำลังถูกใช้เพื่อทำลายความชอบธรรมของ ส.ว. และล้มล้างผลการเลือกที่ดำเนินการมาตามกฎหมาย
🚨 ศึกนี้ไม่จบแค่ ป.ป.ช.!
บทสรุปของความขัดแย้งครั้งนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงคำร้อง 17 หน้า หรือการนำเรื่อง กกต.เข้าสู่ ป.ป.ช.
แต่กำลังกลายเป็น บททดสอบครั้งใหญ่ของกระบวนการยุติธรรมและองค์กรตรวจสอบของประเทศ
เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่จะตัดสินข้อกล่าวหาทั้งหมดไม่ใช่สงครามวาทกรรม ไม่ใช่คำว่า “รัฐประหารเงียบ” หรือ “ล้มล้างผลเลือก ส.ว.”
แต่คือ ข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกระบวนการพิจารณาตามกฎหมาย
ท่ามกลางแรงปะทะที่นับวันยิ่งขยายวง และกำลังเขย่าความเชื่อมั่นต่อวุฒิสภา องค์กรอิสระ และระบบการเมืองไทยอย่างหนัก
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง : วัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และนักวิชาการอิสระ
#วัส ติงสมิตร #อดีตผู้พิพากษา #สว.กอบ #กอบ อัจนากิตติ #กกต. #ปปช. #คดีฮั้วสว. #ฮั้วสว. #รัฐประหารเงียบ #คำแสลงใจ #วุฒิสภา #สว. #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #วิหคนิวส์ #สยามรัฐ
