31 กรกฎาคม 2569 – ความคืบหน้าคดีตรวจสอบการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลัง สำนักข่าว Next News เปิดเผยรายละเอียดจาก สำนวนคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26 ลงวันที่ 11 กันยายน 2568 ซึ่งระบุว่ามีผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ คดีฮั้ว สว. รวมทั้งสิ้น 427 ราย
ตามรายงาน ผู้ถูกกล่าวหาแบ่งเป็น ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา 382 ราย และบุคคลอื่นอีก 45 ราย ซึ่งประกอบด้วยบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นเครือข่าย นักการเมือง และผู้เกี่ยวข้องในหลายภาคส่วน
คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26 ระบุว่า หลังพิจารณาพยานหลักฐาน คำชี้แจง และข้อเท็จจริงที่รวบรวมได้ มีความเห็นเสนอให้ ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้ถูกร้อง 31 ราย โดยแบ่งเป็น
- 16 ราย ตามมาตรา 62 ประกอบมาตรา 77 (1) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561
- 15 ราย ตามมาตรา 62 ประกอบมาตรา 81 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังมีความเห็นให้ ดำเนินคดีอาญา กับผู้ถูกร้อง 10 ราย ตามมาตรา 81 ส่วนผู้ถูกร้องรายอื่น เสนอให้ยกคำร้อง
ในสำนวนยังระบุข้อกล่าวหาที่มีการตรวจสอบรวม 7 ประเด็น ได้แก่ การช่วยเหลือผู้สมัครโดยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง การแทรกแซงกระบวนการเลือก สว. การแนะนำตัวไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ การให้หรือรับผลประโยชน์ การจัดเลี้ยงเพื่อจูงใจ การเรียกรับทรัพย์สิน และการรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการลงคะแนนเลือกสมาชิกวุฒิสภา
อย่างไรก็ตาม รายงานยังระบุว่า ความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26 ไม่สอดคล้องกับความเห็นของอนุกรรมการชุดที่ 36 ทำให้สำนวนทั้งหมดถูกส่งต่อไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่าจะมีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา หรือดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่
คดีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ปี 2567 เป็นหนึ่งในประเด็นทางการเมืองที่ถูกตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง หลังมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดตั้งเครือข่าย การลงคะแนนแบบสมยอม และการให้ผลประโยชน์เพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่ง สว. โดย กกต. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหลายชุดเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนทยอยเสนอความเห็นเข้าสู่ที่ประชุม กกต.
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง
- Next News
- พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561
- คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
