นราธิวาส 23 กรกฎาคม 2569 — สถานการณ์ชายแดนใต้เดือดหนัก หลังเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส คร่าชีวิตทหารพราน 5 นาย และทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ ล่าสุด พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. บินด่วนลงพื้นที่ พร้อมส่งสัญญาณแข็งกร้าวว่า กรณีนี้ต้องตามล่าผู้ก่อเหตุ และ “ถึงเวลาที่เราต้องเป็นผู้ล่า”
เหตุอุกอาจเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 18.45 น. วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 กลุ่มผู้ก่อเหตุ 6 คน แต่งกายชุดดำ ใช้รถกระบะ 4 ประตูเป็นพาหนะ ก่อนใช้อาวุธปืนยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์เข้าใส่จุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี ในเขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อ.ระแงะ ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกองร้อยทหารพรานที่ 4509
การโจมตีส่งผลให้ ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ขณะที่รายงานล่าสุดระบุว่าประชาชนได้รับบาดเจ็บรวม 6 คน โดย 5 คนแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว เหลือเด็กชายวัย 10 ปีที่ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล
เช้าวันที่ 23 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางหลบหนีและพบรถกระบะต้องสงสัยซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ ถูกเผาทำลายในพื้นที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงเข้าตรวจสอบเพื่อหาเบาะแสเชื่อมโยงถึงผู้ก่อเหตุ
ต่อมาเวลา 11.30 น. วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 มีรายงานว่า พล.อ.ชัยพฤกษ์ได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีให้เดินทางลงพื้นที่ชายแดนใต้โดยเร่งด่วน เพื่อติดตามสถานการณ์และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน หลังเกิดเหตุโจมตีครั้งรุนแรง
เมื่อถึงจุดตรวจบูเก๊ะซามี เสธ.ทบ.สั่งเจ้าหน้าที่ ไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทาง เพื่อแกะรอยกลุ่มผู้ก่อเหตุ ก่อนเข้าเยี่ยมบ้านประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดและเพลิงไหม้ โดยเมื่อทราบว่าบ้านหลังหนึ่งยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ได้สั่งเร่งเดินสายไฟ หรือหาแนวทางต่อไฟชั่วคราวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน
แต่จุดที่ร้อนแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงการยกระดับความรุนแรงหรือไม่ และ กอ.รมน.จะปรับแผนรับมืออย่างไร
พล.อ.ชัยพฤกษ์ระบุว่าจะหารือกับแม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อปรับแนวทาง พร้อมย้ำว่า เฉพาะเหตุการณ์นี้ต้องติดตามผู้ก่อเหตุอย่างจริงจัง ก่อนประกาศว่า
“ถึงเวลาแล้ว…ถึงเวลาที่เราต้องเป็นผู้ล่า” พร้อมระบุในสาระสำคัญว่า ไม่ว่าผู้ก่อเหตุจะได้รับความช่วยเหลือจากใครหรือจากประเทศใด เจ้าหน้าที่ก็จะติดตามตัว
ด้าน พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุและเยี่ยมเด็กชายวัย 10 ปีที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมประณามการโจมตีว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจและไม่คำนึงถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยยืนยันเดินหน้าติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการหน่วยงานด้านความมั่นคงตั้งแต่คืนเกิดเหตุ และประณามการโจมตี พร้อมสั่งให้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินการอย่างเฉียบขาด
เหตุบูเก๊ะซามีจึงไม่เพียงสร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ แต่กำลังกลายเป็น บททดสอบสำคัญของฝ่ายความมั่นคง ว่าจะสามารถแกะรอยจากรถก่อเหตุ ภาพวงจรปิด และพยานหลักฐานในพื้นที่ ไปถึงตัวผู้ลงมือและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังติดอาวุธข้ามชาติ ที่ร่วมกับนักการเมืองไทยได้หรือไม่
หลังคำประกาศของ เสธ.ทบ.ว่า “ถึงเวลาที่เราต้องเป็นผู้ล่า” ทุกสายตาจึงจับจ้องว่า ปฏิบัติการติดตามครั้งนี้จะสาวไปได้ไกลถึงระดับใด
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ข่าวออนไลน์ 7HD, Thai PBS, กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์, มติชน และรายงานสถานการณ์วันที่ 22–23 กรกฎาคม 2569
