วันที่ 14 สิงหาคม 2569 คดีเทปูนปิดทางเข้า วัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น เดินหน้าต่ออย่างต่อเนื่อง หลังตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่นเร่งรวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิด พยานบุคคล และการตรวจสอบยานพาหนะที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
ล่าสุดมีการออก หมายเรียก 5 ฉบับ แบ่งเป็นหมายเรียกผู้ต้องหา 1 ราย และหมายเรียกพยานอีก 4 ราย เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามกฎหมาย
📹 กล้องจับภาพ “ป้าดา” อยู่ในจุดเกิดเหตุ
แนวทางการสอบสวนของตำรวจพบว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ได้ โดยมีภาพ น.ส.ชมมณี หรือ “ป้าดา” ปรากฏอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ
นอกจากหลักฐานจากกล้องแล้ว ตำรวจยังสอบปากคำพยานบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งมีข้อมูลสอดคล้องกับภาพที่ปรากฏในหลักฐาน
อย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวในสถานที่เกิดเหตุ ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นมีความผิดโดยอัตโนมัติ การดำเนินคดีต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมด
🚚 คนขับรถปูนเข้าให้ปากคำ เปิดปม “ใครสั่ง?”
อีกจุดที่ตำรวจให้ความสนใจคือ รถปูนที่เข้าไปเทคอนกรีตบริเวณทางเข้าวัด
วันที่ 14 สิงหาคม 2569 คนขับรถปูนได้เข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน โดยระบุในเบื้องต้นว่า รับงานผ่านผู้จัดการร้าน และเข้าใจว่าการเทปูนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร
นั่นทำให้บทบาทของคนขับรถปูนถูกแยกออกจากประเด็นสำคัญว่า ผู้ใดเป็นผู้ว่าจ้างหรือผู้สั่งการให้ดำเนินการเทปูน
ตำรวจจึงต้องไล่ตรวจสอบตั้งแต่ผู้สั่งงาน ผู้ประสานงาน ผู้ว่าจ้าง ไปจนถึงผู้ที่อยู่ในพื้นที่ขณะเกิดเหตุ เพื่อให้เห็นลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด
🚗 รถ 4 คันโผล่ในพื้นที่ — 2 คันมาจากกรุงเทพฯ
จากการตรวจสอบยานพาหนะที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เกิดเหตุ ตำรวจพบรถจำนวน 4 คัน โดยในจำนวนนี้มี รถตู้ 2 คันที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ
ข้อมูลดังกล่าวกลายเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนที่ตำรวจต้องนำมาต่อกับภาพจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของพยาน เพื่อหาความเชื่อมโยงของบุคคลที่เดินทางเข้ามายังพื้นที่
💰 ตำรวจลงขัน 3,457 บาท ซื้อกล้องให้วัด
อีกภาพหนึ่งที่เกิดขึ้นท่ามกลางคดี คือเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ร่วมกันลงขันได้จำนวน 3,457 บาท เพื่อนำไปมอบให้วัดสำหรับจัดซื้อกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม
เหตุผลสำคัญมาจากการตรวจสอบพบว่า ภายในวัดมีกล้องวงจรปิดเพียง 1 ตัว และติดตั้งอยู่บริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาส ขณะที่บริเวณรอบรั้ววัดไม่มีระบบกล้องวงจรปิดเพียงพอสำหรับบันทึกเหตุการณ์
ทำให้การติดตามหลักฐานในคดีต้องพึ่งพาภาพจากกล้องของพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงคำให้การของบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์
🔥 คดีนี้จึงเกิด “ลงขันสองรอบ”
รอบแรกคือการลงขันเพื่อดำเนินการ เทปูนปิดทาง
รอบที่สองคือการลงขันของตำรวจเพื่อ ติดกล้องวงจรปิด เปิดทางให้ความจริงปรากฏ
แต่คำถามสำคัญของคดีไม่ได้อยู่ที่คนขับรถปูนเพียงคนเดียว เพราะคนขับระบุว่า “รับจ้างมาเท”
ดังนั้นตำรวจยังต้องไล่ต่อว่า ใครเป็นผู้สั่ง ใครเป็นผู้ว่าจ้าง และใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจปิดทางเข้าวัด
ส่วน “ป้าดา” ซึ่งถูกออกหมายเรียกให้เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย จะเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกหรือไม่ ยังคงเป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ข้อมูลความคืบหน้าจากตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น และข้อมูลการสอบสวนกรณีเทปูนปิดทางเข้าวัดป่าอดุลยาราม
