ข่าวประจำวัน » “ศรีสุวรรณ”บุก ป.ป.ช. ร้องสอบจริยธรรมร้ายแรง ‘สุริยะ’ ปมโยกอธิบดีฝนหลวง

“ศรีสุวรรณ”บุก ป.ป.ช. ร้องสอบจริยธรรมร้ายแรง ‘สุริยะ’ ปมโยกอธิบดีฝนหลวง

1 May 2026
45   0

ศรีสุวรรณบุก ป.ป.ช. ลั่นสอบจริยธรรมร้ายแรง ‘สุริยะ’ ปมโยกอธิบดีฝนหลวง!”

สำนักข่าววิหคนิวส์-วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยการกระทำของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมพวก ว่าเข้าข่ายกระทำผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

การยื่นคำร้องดังกล่าว สืบเนื่องจากกรณี นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 โดยให้เหตุผลว่าไม่สามารถสนองนโยบายฝ่ายการเมืองได้ ภายหลังถูกเสนอให้โยกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ก่อนเกษียณอายุราชการเพียง 5 เดือน

ทั้งนี้ นายราเชน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ก่อนหน้าการโยกย้าย มีบุคคลติดต่อเข้ามาเกี่ยวข้องกับงานซ่อมอากาศยานของกรมฝนหลวงฯ โดยมีการโทรศัพท์ติดต่อหลายครั้ง รวมถึงมีการนัดหมายให้เข้าพบเพื่อหารือเกี่ยวกับงบประมาณ ซึ่งตนเห็นว่าไม่เหมาะสม จึงไม่ได้เข้าพบ และอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่นำไปสู่การถูกโยกย้าย

นายราเชนยังระบุเพิ่มเติมว่า มีการขอให้นำเอกสารงบประมาณปี 2570 ไปพูดคุยนอกสถานที่ ซึ่งเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงต่อความไม่โปร่งใส โดยยืนยันว่ามีหลักฐานเป็นคลิปและบันทึกการติดต่อเก็บไว้ครบถ้วน

ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ชี้แจงต่อกรณีดังกล่าวว่า การโยกย้ายเป็นไปตามความเหมาะสมของการบริหารราชการ เนื่องจากตำแหน่งใกล้เกษียณ และต้องการบุคลากรที่สามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างคล่องตัว พร้อมยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอกตามที่ถูกกล่าวอ้าง

อย่างไรก็ตาม นายศรีสุวรรณ เห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ที่ห้ามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปเกี่ยวข้องกับงบประมาณแผ่นดิน รวมถึงอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 184 (2) และมาตรา 186 ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อน และการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ

ดังนั้น องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ยื่นต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง และพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ ก่อนมีความเห็นชี้มูลความผิดตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป