ข่าวประจำวัน » ม.รังสิตยื่นคำขาด !! เตือน อ.โต้ง ครั้งสุดท้ายก่อนจะดำเนินคดี หลังทำให้เสื่อมเสีย

ม.รังสิตยื่นคำขาด !! เตือน อ.โต้ง ครั้งสุดท้ายก่อนจะดำเนินคดี หลังทำให้เสื่อมเสีย

8 April 2026
37   0

ไทยโพสต์ ระบุว่า
ชัดเจน ‘ม.รังสิต’ ชี้แจงครั้งสุดท้ายกรณี ‘อ.โต้ง’ ลั่นดำเนินคดีหากปั่นข้อมูลเท็จอีก
7 เมษายน 2569 – มหาวิทยาลัยรังสิต ออกแถลงการณ์ กรณี รศ.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ได้ออกมาแถลงข่าวในวันนี้ ซึ่งพบว่ายังคงมีการนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือน และคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

มหาวิทยาลัยรังสิตขอวิงวอนไปยังสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ พิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อในการร่วมสร้างสถานการณ์ที่เพิ่มเติมข้อมูลเท็จ จากการกล่าวหาว่ามหาวิทยาลัยรังสิต ปกป้องผู้กระทำความผิด ในกรณีการทุจริตลักทรัพย์นายจ้าง

มหาวิทยาลัยรังสิต ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้

  1. กรณีนี้ไม่ใช่คดีลักทรัพย์นายจ้าง ซึ่งผลสอบสวนชั้นต้น ที่มี รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล เป็นประธานกรรมการสอบเองนั้น สรุปว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีอาญาได้ รวมถึงผลสอบสวนในชั้นต่อมา โดยคณะกรรมการคุ้มครองการทำงาน ก็มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นอกจากไม่มีความผิดทางอาญาแล้ว ไม่มีความผิดทางวินัยด้วย กรณีที่อดีตอธิการบดีให้แจ้งความ ตามข้อเสนอของ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล นั้น จากการสอบสวน ไม่ปรากฏพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอถึงการกระทำผิดอาญา อธิการบดีปัจจุบันจึงได้ทำการถอนฟ้องคดีดังกล่าว
  2. การปรับพื้นที่เพื่อเตรียมไว้สำหรับเป็นบ้านพักคนงาน ในโครงการก่อสร้างอาคารเรียนใหม่ ไม่ได้มีความเสียหายเกิดขึ้นต่อมหาวิทยาลัย โดยพิจารณาจากเจตนาที่แท้จริงของการเคลียร์พื้นที่ (Site Clearing) ตามคำนิยามในทางวิศวกรรม หมายถึง กระบวนการเตรียมพื้นที่ก่อนการก่อสร้าง โดยการถางป่า ขุดตอไม้ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเดิม ปรับระดับดินและขนย้ายเศษวัสดุออก เพื่อให้เป็นพื้นที่โล่งเตียน ปลอดภัย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในโครงการก่อสร้าง ซึ่งเป็นไปตามร่างขอบเขตการดำเนินงาน (TOR) ว่าจ้างผู้รับเหมา เมื่อทำการเคลียร์พื้นที่แล้ว ปรากฏภาพพื้นที่ราบเรียบ ไม่มีหลุมบ่อใดๆ แสดงให้เห็นว่า การขนขยะที่มีดินปนอยู่เป็นส่วนหนึ่งของเจตนาในการเคลียร์พื้นที่ หลักฐานสำคัญนี้ มหาวิทยาลัยรังสิตในฐานะเจ้าของทรัพย์ เห็นว่าไม่ใช่การลักทรัพย์
  3. ขอยืนยันว่า เหตุแห่งการเลิกจ้าง เป็นเพราะ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อมวลชน และสื่อสังคมออนไลน์หลายต่อหลายครั้ง ตลอดระยะเวลา 8 เดือน (ก.ค.68 – ก.พ. 69) ส่งผลให้มหาวิทยาลัยเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงเป็นที่มาของมติคณะกรรมการสอบสวน ว่าได้กระทำผิดวินัยร้ายแรง

มหาวิทยาลัยรังสิต ยึดถือความโปร่งใสและหลักธรรมาภิบาลเป็นสำคัญ การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ หลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด และจะขอเรียนชี้แจงเกี่ยวกับกรณีนี้เป็นครั้งสุดท้าย หากพบว่ายังมีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ มหาวิทยาลัยพร้อมที่จะนำพยาน หลักฐาน เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป