31 กรกฎาคม 2569
ประเด็นรถบรรทุกสัญชาติจีนวิ่งเข้าพื้นที่ภาคใต้กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีรถบรรทุกป้ายทะเบียนจีนปรากฏในพื้นที่ล้งรับซื้อทุเรียน อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร พร้อมตั้งคำถามถึงการบังคับใช้กฎหมายและการกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ
นายวิโรจน์ระบุว่า รถบรรทุกต่างชาติที่เข้ามาภายใต้ความตกลงการขนส่งข้ามพรมแดนอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS Cross-Border Transport Agreement) จะต้องเดินรถเฉพาะเส้นทางที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น แต่กลับพบรถบางคันวิ่งลงมาถึงพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งอยู่ไกลเกินกว่าเส้นทางที่กำหนด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ารถบางส่วนอาจหลีกเลี่ยงระบบตรวจสอบ ทั้งการเข้าด่านชั่งและมาตรการติดตามเส้นทาง
เจ้าตัวยังตั้งคำถามว่า การที่รถเหล่านี้สามารถเดินทางผ่านหลายจังหวัดได้โดยไม่ถูกสกัดกั้น เป็นเพราะความบกพร่องในการบังคับใช้กฎหมาย หรือมีการเอื้อประโยชน์จากผู้เกี่ยวข้อง พร้อมเปรียบเปรยว่าอาจเป็นลักษณะของ “ส่วยสติกเกอร์ 2.0” ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ กรมการขนส่งทางบกได้ร่วมกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบรถบรรทุกสัญชาติจีนในพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร และพบการกระทำผิดฐานเดินรถออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาต จึงดำเนินการเปรียบเทียบปรับ พร้อมสั่งให้รถกลับเข้าสู่เส้นทางที่กำหนด และย้ำว่าจะดำเนินคดีอย่างเข้มงวดหากพบการฝ่าฝืนซ้ำ
กรณีดังกล่าวทำให้เกิดข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคม ทั้งในมิติของการแข่งขันทางธุรกิจ การคุ้มครองผู้ประกอบการขนส่งไทย และประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมาย โดยหลายฝ่ายเรียกร้องให้ตรวจสอบเครือข่ายที่อาจเกี่ยวข้อง รวมถึงกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการฝ่าฝืนข้อตกลงระหว่างประเทศซ้ำอีก
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ไทยพีบีเอส, ไทยรัฐ, ข่าวสด, กรมการขนส่งทางบก
