เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 นายพิชิต ชัยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต. ภายหลังศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องคดีเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)
นายพิชิตตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของ กกต. โดยระบุว่า
“กกต.ปกป้อง สว.(สี….)”
พร้อมแสดงความไม่เข้าใจต่อมติของ กกต. ที่ต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีศาลฎีการับคำร้องจาก ส.ว.สำรอง ซึ่งยื่นขอให้ตรวจสอบกรณีผู้สมัคร ส.ว. ถูกกล่าวหาว่าสมัครผิดกลุ่มอาชีพ
นายพิชิตยังเปรียบเทียบกับมติ กกต. ก่อนหน้านี้ที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว ส.ว. ซึ่งมีการลงมติด้วยคะแนน 5 ต่อ 2 เช่นเดียวกัน โดยตั้งข้อสังเกตว่ากรรมการเสียงข้างมาก 5 คนและเสียงข้างน้อย 2 คนเป็นชุดเดิม
พร้อมใช้ถ้อยคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงว่าเป็นมติที่น่าอับอายสำหรับองค์กรอิสระ และตั้งข้อสงสัยว่าการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญอาจเป็นการใช้กระบวนการศาลเพื่อแทรกแซงการพิจารณาของศาลฎีกา
นายพิชิตทิ้งท้ายด้วยคำถามว่า
“มี กกต.ไว้ทำไม”
ย้อนมติ กกต. 5 ต่อ 2 ส่งศาลรัฐธรรมนูญ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 กกต.มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เห็นชอบให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา
การยื่นคำร้องดังกล่าวเกิดขึ้นหลังศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา 3 คดี ได้แก่ คดีหมายเลขดำที่ ลต สว 8/2569, ลต สว 9/2569 และ ลต สว 10/2569 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิเลือก ส.ว. ระดับประเทศจำนวน 5 ราย
กกต.ต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
- คำสั่งรับสมัครและประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ว. ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว ถือเป็นที่สุดและไม่สามารถถูกตรวจสอบซ้ำได้อีกหรือไม่ เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ
- คำวินิจฉัยของ กกต. ตามมาตรา 60 วรรคสอง และมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ถือเป็นที่สุดจนไม่สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้ตรวจสอบหรือทบทวนได้อีกหรือไม่
กกต.ให้เหตุผลว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งควรได้รับการวินิจฉัยให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการใช้อำนาจซ้ำซ้อนระหว่างองค์กร
ศาลฎีกาเดินหน้าพิจารณา ไม่รอคำร้อง กกต.
ต่อมา เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งไม่อนุญาตให้ กกต. เลื่อนนัดพิจารณาคดี โดยเห็นว่าการที่ กกต. มีเพียงมติว่าจะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่ได้ยื่นคำร้องจริง ไม่ใช่เหตุที่จะทำให้ต้องเลื่อนกระบวนการพิจารณาของศาลฎีกา
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจระหว่างองค์กรอิสระกับองค์กรตุลาการ โดยเฉพาะคำถามว่าการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาอำนาจของ กกต. จะมีผลต่อการพิจารณาคดีของศาลฎีกาในส่วนใดหรือไม่
ขณะที่ศาลฎีกายังคงเดินหน้ากระบวนการตรวจสอบพยานหลักฐานในคดี ส.ว.สำรองร้องเรียนกรณีผู้สมัคร ส.ว. ถูกกล่าวหาว่าสมัครผิดกลุ่มอาชีพ โดยมีการกำหนดนัดไต่สวนพยานในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2569 และวันที่ 8 ธันวาคม 2569
ปม 5 ต่อ 2 กลายเป็นประเด็นความเชื่อมั่นองค์กรอิสระ
การเคลื่อนไหวของนายพิชิตครั้งนี้สะท้อนความไม่พอใจของฝ่ายที่ติดตามคดีฮั้ว ส.ว. ต่อแนวทางการดำเนินการของ กกต. โดยเฉพาะการลงมติด้วยคะแนน 5 ต่อ 2 ในประเด็นสำคัญสองครั้ง และการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการนำปัญหาอำนาจหน้าที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม การที่ กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 ทั้งสองกรณี ไม่ได้หมายความว่ามติทั้งสองมีเนื้อหาหรือผลทางกฎหมายเหมือนกัน โดยมติหนึ่งเกี่ยวข้องกับการพิจารณาสำนวนคดีเลือก ส.ว. ส่วนอีกมติเป็นการยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจขององค์กร
ส่วนข้อกล่าวหาว่า กกต. ปกป้อง ส.ว. กลุ่มการเมืองใด หรือพยายามแทรกแซงศาลฎีกา เป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ของนายพิชิต ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่มีคำวินิจฉัยยืนยัน
สิ่งที่สังคมต้องติดตามต่อจากนี้คือ ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องของ กกต. ไว้พิจารณาหรือไม่ และหากรับไว้ จะวินิจฉัยขอบเขตอำนาจของ กกต. และศาลฎีกาอย่างไร ขณะเดียวกันศาลฎีกาจะดำเนินกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ว. ในคดีที่รับไว้ต่อไปอย่างไร
เพราะท้ายที่สุด ความขัดแย้งระหว่างองค์กรที่กำลังเกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงข้อถกเถียงเรื่องอำนาจหน้าที่ แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการเลือก ส.ว. และความเป็นอิสระขององค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง:
- ผู้จัดการออนไลน์ รายงานรายละเอียดมติ กกต. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เวลา 17.16 น.
- มติชน รายงานความเคลื่อนไหวและข้อถกเถียงเรื่องอำนาจศาลฎีกา วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569
- กรุงเทพธุรกิจ รายงานกรณีศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ กกต. เลื่อนนัด วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569
- ข้อความแสดงความคิดเห็นของนายพิชิต ชัยมงคล ตามข้อมูลที่ได้รับ
#พิชิตชัยมงคล #คปท #กกต #ฮั้วสว #สว #ศาลฎีกา #ศาลรัฐธรรมนูญ #องค์กรอิสระ #การเมืองไทย #สำนักข่าววิหคนิวส์
