ความคืบหน้ากรณีคลิปวิดีโอเหตุการณ์ดาบตำรวจสังกัด สภ.ปากเกร็ด พร้อมพวก รุมทำร้ายร่างกายตำรวจคอมมานโดจนหมดสติภายในร้านคาราโอเกะย่านเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ล่าสุดผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีสั่งย้ายตำรวจที่เกี่ยวข้องออกจากตำแหน่งเดิม พร้อมดำเนินคดีอาญาและตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งอาจมีโทษสูงสุดถึงขั้นให้ออกจากราชการ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 23.00 น. โดยปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นเหตุการณ์ดาบตำรวจสถาพร ปัสสา ผู้บังคับหมู่ (ป.) สภ.ปากเกร็ด พร้อมพวก เข้าทำร้ายร่างกายตำรวจสังกัดกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ หรือหน่วยคอมมานโด จนได้รับบาดเจ็บและหมดสติภายในร้าน
ผบก.นนท์เรียกประชุมด่วน สั่งสอบข้อเท็จจริง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ที่ห้องประชุมพุทไธสง สถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับรองและผู้กำกับการ สภ.ปากเกร็ด เรียกประชุมหารือกรณีดังกล่าว ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนแถลงความคืบหน้าต่อสื่อมวลชน
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเหตุการณ์เป็นไปตามภาพจากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ โดยผู้ก่อเหตุเป็นข้าราชการตำรวจสังกัด สภ.ปากเกร็ด
ปมเหตุเบื้องต้น เมาสุรา–มีปากเสียงเรื่องสังกัด
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ชนวนเหตุเกิดจากการดื่มสุรา ก่อนมีการกล่าวถึงสังกัดตำรวจคอมมานโดของคู่กรณี จนนำไปสู่การโต้เถียงและทะเลาะวิวาทตามภาพที่ปรากฏในคลิป
ผู้บังคับบัญชาระบุว่า ได้ให้ดาบตำรวจที่เกี่ยวข้องเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว
เบื้องต้นจะดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนจะเข้าข่ายทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจรักษาและเอกสารทางการแพทย์จากฝ่ายผู้เสียหายประกอบการพิจารณา
หากผลการตรวจทางการแพทย์ส่งถึงพนักงานสอบสวนโดยเร็ว ก็จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
สั่งย้ายไป ศปก.นนทบุรี พร้อมตั้งสอบวินัยร้ายแรง
นอกจากการดำเนินคดีอาญาแล้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีสั่งให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง เพื่อพิจารณาพฤติการณ์และความรับผิดของตำรวจที่เกี่ยวข้อง
ระหว่างการตรวจสอบ ได้มีคำสั่งให้ดาบตำรวจที่ถูกกล่าวหาไปปฏิบัติหน้าที่ ณ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี หรือ ศปก.ภ.จว.นนทบุรี โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม
หากผลสอบสวนพบว่ามีความผิดทางวินัยร้ายแรง ก็อาจนำไปสู่บทลงโทษตามระเบียบราชการตำรวจ ซึ่งรวมถึงการให้ออกจากราชการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
หอบกระเช้าขอโทษแล้ว แต่คดีต้องเดินหน้าต่อ
อีกประเด็นหนึ่งที่ได้รับความสนใจคือ มีรายงานว่าดาบตำรวจผู้ถูกกล่าวหาได้นำกระเช้าไปขอโทษตำรวจคอมมานโดผู้เสียหาย และทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยปรับความเข้าใจกันแล้ว
อย่างไรก็ตาม ผู้บังคับบัญชายืนยันว่า การขอโทษหรือการปรับความเข้าใจส่วนบุคคลไม่ทำให้กระบวนการทางกฎหมายยุติลง เจ้าหน้าที่ตำรวจยังต้องดำเนินคดีอาญาและตรวจสอบทางวินัยตามขั้นตอน
ย้ำเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีเน้นย้ำว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคล ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานตำรวจ จึงไม่ต้องการให้สังคมตีความว่าเป็นการเผชิญหน้าระหว่างตำรวจ สภ.ปากเกร็ด กับตำรวจคอมมานโด
ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วน ทั้งเรื่องสาเหตุการทะเลาะวิวาท พฤติการณ์การทำร้ายร่างกาย ระดับอาการบาดเจ็บ และความรับผิดทางวินัยของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
กรณีนี้จึงยังต้องติดตามผลการตรวจทางการแพทย์และผลสอบสวนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบทลงโทษทางวินัยว่าจะไปถึงขั้นให้ออกจากราชการหรือไม่
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: การแถลงข่าวของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ณ สภ.ปากเกร็ด วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569
#ตำรวจปากเกร็ด #ตำรวจคอมมานโด #ดาบตำรวจสถาพร #ตำรวจทำร้ายตำรวจ #สอบวินัยร้ายแรง #เด้งตำรวจ #คดีอาญา #นนทบุรี #เมืองทองธานี #สำนักข่าววิหคนิวส์








