13 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.20 น. กรุงเทพมหานคร
ประเด็นการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังข้อมูลการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ระบุว่า ภาระค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของภาครัฐ ทั้งเงินเดือน ค่าจ้าง บำเหน็จบำนาญ ค่ารักษาพยาบาล และสวัสดิการ รวมวงเงินประมาณ 1.435 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 37.9% ของวงเงินงบประมาณทั้งประเทศ ส่งผลให้ทุก ๆ งบประมาณ 100 บาท มีเกือบ 38 บาทถูกใช้ไปกับค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรภาครัฐและผู้เกษียณอายุราชการ
ข้อมูลยังสะท้อนว่า งบบำเหน็จบำนาญ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 191,223 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2561 เป็น 389,090 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2570 สะท้อนภาระระยะยาวที่เพิ่มขึ้นของภาครัฐ
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ได้เห็นชอบกรอบคำของบประมาณของหน่วยงานตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งรวมถึง กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา วงเงินประมาณ 726.69 ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินภารกิจตามกฎหมายของกองทุน
กองทุนดังกล่าวมีหน้าที่ดูแลผู้เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาตามกฎหมาย โดยมีสวัสดิการและการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และสมาชิกมีการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนด้วย ขณะที่โครงสร้างกองทุนและการบริหารเป็นไปตามพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่เผยแพร่ ยังไม่มีหลักฐานว่ารัฐบาลไม่มีเงินจ่ายสวัสดิการหรือหยุดจ่ายสิทธิ** ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงคือ ภาระค่าใช้จ่ายของกองทุนและรายจ่ายด้านบุคลากรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนต้องอาศัยงบประมาณจากภาษีประชาชนจำนวนมาก
นักวิชาการด้านการคลังหลายฝ่ายเสนอว่า ประเทศควรเพิ่มความโปร่งใสในการเปิดเผยฐานะกองทุนต่าง ๆ ปรับโครงสร้างเงินสมทบ ลดสิทธิที่ซ้ำซ้อน และควบคุมสัดส่วนรายจ่ายด้านบุคลากรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อรักษาพื้นที่งบประมาณสำหรับการลงทุนและการพัฒนาประเทศในระยะยาว
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ประเทศไทยจะสามารถสร้างสมดุลระหว่างการดูแลบุคลากรของรัฐกับการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศได้อย่างไร ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณที่เพิ่มขึ้นทุกปี
สำนักข่าววิหคนิวส์**
อ้างอิง:** สำนักงบประมาณ, สำนักงบประมาณของรัฐสภา, สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, สำนักข่าวอิศรา, Thai PBS, ThaiPublica
