วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 20.30 น. ไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย ระบุว่า สถานการณ์การผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลัง นายโสภณ สั่งบรรจุวาระการประชุมเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมสำหรับผู้ชุมนุมทางการเมือง ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 โดยมีสัญญาณชัดว่าอาจเร่งพิจารณาแบบรวดเดียว ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย
ประเด็นร้อนอยู่ที่ข้อกังวลว่าร่างกฎหมายดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือเปิดทางให้เกิดการ “ล้างคดีทางการเมือง” ในวงกว้าง โดยเฉพาะคดีอ่อนไหวที่เกี่ยวพันกับความมั่นคงและความขัดแย้งทางการเมืองตลอด 20 ปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน นพ.ปรมศักดิ์ เปี่ยมยุระ เตรียมยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบกระบวนการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญทั้ง 3 ชุด โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการดำเนินการที่ขัดต่อข้อบังคับรัฐสภาและอาจเข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สาระสำคัญของคำร้องคือ ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างกฎหมายดังกล่าว พร้อมขอให้มีคำสั่ง เพิกถอนร่างกฎหมาย และถอดถอนกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องออกจากตำแหน่ง หากพบว่ากระบวนการตรากฎหมายไม่โปร่งใส
ย้อนดูอดีต ประเทศไทยเคยผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมมาแล้ว 23 ฉบับ นับตั้งแต่ปี 2475 และเกือบทุกครั้งล้วนจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมืองครั้งใหญ่ โดยเฉพาะร่าง “นิรโทษสุดซอย” เมื่อปี 2556 ที่นำไปสู่การชุมนุมขนาดใหญ่และเปลี่ยนทิศทางการเมืองไทยอย่างรุนแรง
นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า การผลักดันร่างนิรโทษกรรมครั้งนี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของสมการอำนาจทางการเมือง หากไม่มีฉันทามติร่วมจากทุกฝ่าย ความขัดแย้งรอบใหม่อาจปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ข้อมูลจากโพสต์ของ Paisal Puechmongkol, รายงานข่าวการประชุมรัฐสภา, เอกสารกฎหมายรัฐสภา
