ข่าวประจำวัน » เมกะโปรเจกต์สะดุด! รถไฟ 3 สนามบินติดหล่ม ใครทำความเชื่อมั่นประเทศไทยหายไป?

เมกะโปรเจกต์สะดุด! รถไฟ 3 สนามบินติดหล่ม ใครทำความเชื่อมั่นประเทศไทยหายไป?

5 July 2026
2   0

เมกะโปรเจกต์สะดุด! รถไฟ 3 สนามบินติดหล่ม ใครทำความเชื่อมั่นประเทศไทยหายไป?

รายงานพิเศษ REMORA
โดย REMORA นักวิเคราะห์สำนักข่าววิหคนิวส์

ไม่ใช่ CP ที่แพ้ แต่ระบบราชการกำลังแพ้ตัวเอง?

เมื่อรัฐส่งมอบที่ดินไม่ได้ ประเทศจ่ายราคาแพง!

บทเรียนเมกะโปรเจกต์ที่ทั้งโลกกำลังจับตา

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุดของประเทศไทย มีเป้าหมายเชื่อมสนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา พร้อมเชื่อมโยงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

คำถามสำคัญที่สังคมตั้งขึ้นไม่ใช่เพียงว่า “โครงการล่าช้าเพราะอะไร” แต่คือ “เหตุใดรัฐจึงลงนามสัญญาทั้งที่ยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ครบ และเหตุใดจึงประเมินปัญหาของระบบราชการต่ำกว่าความเป็นจริง”

ความจริงที่ 1 โครงการขนาดใหญ่เริ่มไม่ได้ หากไม่มีพื้นที่ก่อสร้าง

ในโครงการลักษณะนี้ การส่งมอบพื้นที่ (Land Handover) คือเงื่อนไขพื้นฐาน หากผู้รับสัมปทานยังไม่ได้รับพื้นที่ตามสัญญา การก่อสร้างจำนวนมากไม่สามารถเริ่มได้ หรือเริ่มได้เพียงบางส่วน ทำให้เกิดต้นทุนแฝงและความไม่แน่นอน

ความจริงที่ 2 ความเชื่อมั่นเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุด

ความเชื่อมั่น (Confidence) ไม่ได้วัดจากคำประกาศ แต่วัดจากความสามารถในการปฏิบัติตามสัญญา หากภาครัฐไม่สามารถดำเนินการตามพันธกรณีของตนได้ นักลงทุน ผู้ให้กู้ สถาบันการเงิน และนักลงทุนต่างชาติย่อมประเมินความเสี่ยงใหม่

ตัวแปรต้นที่แท้จริงคืออะไร

ตัวแปรต้น (Independent Variable) ที่สำคัญ ได้แก่

การเวนคืนและส่งมอบที่ดิน

ความพร้อมของหน่วยงานรัฐหลายหน่วย

กฎหมายและขั้นตอนราชการ

การประสานงานระหว่างหน่วยงาน

ความต่อเนื่องของนโยบายรัฐบาล

เมื่อปัจจัยเหล่านี้ล่าช้า ตัวแปรตาม (Dependent Variable) จะเกิดขึ้นทันที ได้แก่

โครงการล่าช้า

ต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้น

ดอกเบี้ยทางการเงินสูงขึ้น

ความเชื่อมั่นนักลงทุนลดลง

ผลตอบแทนโครงการลดลง

GDP และการลงทุนของประเทศเติบโตช้าลง

ทำไมรัฐจึงไม่รู้ล่วงหน้า

นี่คือบทเรียนสำคัญของการบริหารเมกะโปรเจกต์

ในทางทฤษฎี หน่วยงานเจ้าของโครงการควรทำ Due Diligence หรือการตรวจสอบความพร้อมอย่างละเอียดก่อนลงนามสัญญา ทั้งด้านกฎหมาย พื้นที่ ผู้ครอบครอง และความเสี่ยง

หากการประเมินไม่ครบถ้วน หรือประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง ปัญหาจะถูกผลักไปเกิดหลังเซ็นสัญญา ซึ่งแก้ไขยากและมีต้นทุนสูงกว่าเดิมหลายเท่า

รายได้หลักของโครงการมาจากอะไร

หลายคนเข้าใจว่ารายได้หลักมาจากค่าตั๋วรถไฟ แต่ในเชิงธุรกิจ รายได้มีหลายส่วน ได้แก่

ค่าโดยสารผู้โดยสาร

การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะพื้นที่รอบสถานีและสิทธิการพัฒนาในพื้นที่ที่กำหนด

รายได้เชิงพาณิชย์ เช่น ร้านค้า สำนักงาน โรงแรม และพื้นที่ให้เช่า

การเชื่อมโยงกับสนามบินและระบบขนส่งอื่น ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ดังนั้น หากโครงการล่าช้า รายได้ทุกส่วนจะเลื่อนออกไป ขณะที่ต้นทุนทางการเงินยังคงเพิ่มขึ้น

ประเทศเสียหายอย่างไร

ความเสียหายไม่ได้มีเพียงต้นทุนก่อสร้าง

ต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตามระยะเวลา

ประชาชนเสียโอกาสในการใช้ระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ

การพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจรอบสถานีล่าช้า

การลงทุนต่อเนื่องของภาคเอกชนชะลอตัว

นักลงทุนต่างชาติประเมินความเสี่ยงของประเทศไทยสูงขึ้น

ต้นทุนการระดมทุนในอนาคตอาจสูงขึ้น หากเกิดภาพลักษณ์ว่าการดำเนินโครงการขนาดใหญ่มีความไม่แน่นอน

อนาคตประเทศไทยจะทำเมกะโปรเจกต์ได้อย่างไร

บทเรียนสำคัญมีอย่างน้อย 6 ประเด็น

รัฐควรเคลียร์การเวนคืนและสิทธิในที่ดินให้พร้อมก่อนลงนามสัญญา

จัดตั้งหน่วยงานบริหารโครงการแบบเบ็ดเสร็จ (Single Project Authority) ที่มีอำนาจตัดสินใจและประสานงานแทนการกระจายอำนาจหลายหน่วย

ใช้ระบบบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ตั้งแต่ก่อนเปิดประมูล

กำหนดตัวชี้วัด (KPI) และความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานอย่างชัดเจน

สร้างระบบติดตามความคืบหน้าแบบเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อเพิ่มความโปร่งใส

ออกแบบสัญญาที่แบ่งความเสี่ยงระหว่างรัฐและเอกชนอย่างสมดุล เพื่อให้ทุกฝ่ายมีแรงจูงใจในการผลักดันโครงการ

ถอดบทเรียน REMORA

เมกะโปรเจกต์ไม่ได้ล้มเหลวเพราะวิศวกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ล้มเหลวได้จาก “ระบบบริหาร”

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เอกชนหรือภาครัฐฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น แต่อยู่ที่การประสานงานของระบบทั้งหมด หากขั้นตอนต้นน้ำไม่พร้อม ปลายน้ำย่อมเดินต่อได้ยาก

ในโลกการแข่งขันยุคใหม่ ประเทศต่าง ๆ แข่งกันที่ “ความเร็วในการตัดสินใจ” และ “ความสามารถในการทำตามสัญญา” หากประเทศไทยต้องการดึงดูดการลงทุนระยะยาว ความน่าเชื่อถือของภาครัฐในการบริหารโครงการขนาดใหญ่จะเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้สิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือเงินลงทุน

การถอดบทเรียนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพื่อหาผู้แพ้หรือผู้ชนะ แต่เพื่อสร้างระบบที่ทำให้เมกะโปรเจกต์รุ่นต่อไปมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น ลดต้นทุนของประเทศ และรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

อ้างอิง

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ของ การรถไฟแห่งประเทศไทย

เอกสารและข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

เอกสารสัญญาร่วมลงทุนตามโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP)

ข้อมูลจากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

#REMORA #วิหคนิวส์ #รถไฟ3สนามบิน #EEC #MegaProject #PPP #Infrastructure #LandHandover #Governance #ProjectManagement #Thailand #เศรษฐกิจไทย #การลงทุน #โครงสร้างพื้นฐาน #ถอดบทเรียน #วิเคราะห์ข่าว