13 กันยายน 2569 กรุงเทพฯ — การเมืองไทยร้อนขึ้นอีกขั้น เมื่อคำว่า “รัฐประหาร” ถูกนำกลับมาอยู่ในวงสนทนาทางการเมือง ท่ามกลางแรงกดดันรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ทั้งจากการเคลื่อนไหวบนท้องถนนและคดีการเมืองสำคัญที่กำลังเข้าสู่จุดตัด
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช วิเคราะห์เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ว่า การเคลื่อนไหวของมวลชนเพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่ปัจจัยที่จะล้ม “รัฐบาลสีน้ำเงิน” ได้ง่าย พร้อมมองว่ากลไกที่มีน้ำหนักต่อชะตารัฐบาลมากกว่าคือกระบวนการทางกฎหมายและคำวินิจฉัยขององค์กรที่มีอำนาจตรวจสอบ
กระแสดังกล่าวยิ่งถูกจับตาในวันที่ 13 กันยายน เวลา 10.00 น. เมื่อเครือข่ายภาคประชาชนและกลุ่มการเมืองนัดเคลื่อนไหวจากบริเวณลาดพร้าวไปยังหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อกดดัน กกต. ก่อนวันพิจารณาคดีเกี่ยวกับการเลือก สว. ในวันที่ 14 กันยายน
สถานการณ์ทำให้คำว่า “รัฐประหาร” กลับมาอยู่ในสมการทางการเมืองอีกครั้ง แม้ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันจากกองทัพหรือหน่วยงานรัฐว่ามีการเตรียมยึดอำนาจจริง
บทเรียนการเมืองไทยในอดีตทำให้กระแสดังกล่าวถูกจับตามองเป็นพิเศษ
ปี 2549 ประเทศไทยเผชิญวิกฤตเลือกตั้ง การชุมนุมต่อต้านรัฐบาล และความขัดแย้งทางการเมือง ก่อนจบลงด้วยการรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน 2549
ต่อมาในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เกิดรัฐประหารอีกครั้ง หลังความขัดแย้งทางการเมืองและการชุมนุมยืดเยื้อหลายเดือน
ส่วนสถานการณ์ปี 2569 ขณะที่แรงกดดันสำคัญกำลังมาจากทั้ง ม็อบบนถนน คดีฮั้ว สว. และคดีการเมือง
วันนี้จึงเกิดเกมอำนาจหลายด้านพร้อมกัน
13 กันยายน — มวลชนเคลื่อน
14 กันยายน — กกต.ชี้ชะตาคดีสำคัญ
ขณะที่คำว่า “รัฐประหาร” กลับเข้าสู่สมการการเมืองไทยอีกครั้ง
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง
THE KEY NEWS — เทพไทวิเคราะห์ม็อบและรัฐบาลน้ำเงิน
สยามรัฐ — เทพไทชี้ม็อบยังล้มรัฐบาลน้ำเงินไม่ได้
กรุงเทพธุรกิจ — ความเคลื่อนไหวกดดัน กกต. วันที่ 13 กันยายน
iLaw — ประวัติและผลพวงจากการรัฐประหาร
#รัฐประหาร #รัฐบาลน้ำเงิน #อนุทิน #เทพไทเสนพงศ์ #การเมืองไทย #ม็อบ #ฮั้วสว #ภูมิใจไทย #เทอดศักดิ์เจียมกิจวัฒนา #วิหคนิวส์
