2 กันยายน 2569 — ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านในหลายพื้นที่ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
หนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจอย่างหนักเกิดขึ้นที่ เมือง Kuhestak ในเขต Sirik จังหวัด Hormozgan ทางตอนใต้ของอิหร่าน เมื่อบ้านพักแห่งหนึ่งซึ่งกำลังจัดงานแต่งงานได้รับผลกระทบจากการโจมตี
Al Jazeera รายงานว่า ฝ่ายอิหร่านกล่าวหาว่าการโจมตีของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย รวมถึงเด็กหนึ่งคน ขณะที่ผู้ว่าการเขต Sirik รายงานว่ามีผู้บาดเจ็บ 63 ราย และในจำนวนนี้ประมาณ 50 คนเป็นผู้หญิงและเด็ก ผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลในเมือง Minab (Al Jazeera)
ภาพจาก Iranian Red Crescent ที่เผยแพร่หลังเกิดเหตุแสดงให้เห็นอาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก ผนังและหน้าต่างถูกแรงระเบิดทำลาย ขณะที่มีการเผยแพร่ภาพเด็กหลายคนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล (Al Jazeera)
💥 งานแต่งกลายเป็นจุดเกิดเหตุ
รายงานระบุว่า ผู้ร่วมงานกำลังเดินทางไปยังสถานที่จัดงานแต่งงาน ก่อนเกิดเสียงเครื่องบินรบและตามมาด้วยแรงระเบิดอย่างรุนแรง
หนึ่งในเด็กที่รอดชีวิตให้สัมภาษณ์กับสื่ออิหร่านว่า เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณงานก็เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง จนเศษอิฐ หิน และปูนกระเด็นใส่ผู้คน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือและพลังงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจโลก
⚔️ สหรัฐฯ ระบุ โจมตี “เป้าหมายทางทหาร”
ขณะเดียวกัน กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ระบุว่า การโจมตีระลอกล่าสุดมุ่งเป้าไปยังขีดความสามารถทางทหารของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC
เป้าหมายที่สหรัฐฯ ระบุว่าถูกโจมตี ได้แก่
- ระบบป้องกันภัยทางอากาศ
- ระบบเรดาร์
- ทรัพย์สินและสิ่งอำนวยความสะดวกทางทะเล
- ขีดความสามารถในการวางทุ่นระเบิด
- ระบบสื่อสาร
สหรัฐฯ ระบุว่าปฏิบัติการเกิดขึ้นหลังจากกล่าวหา IRGC ว่าพยายามโจมตีหรือคุกคามเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซและกำลังพลสหรัฐฯ ในภูมิภาค (Reuters)
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่บ้านพักซึ่งจัดงานแต่งงานได้รับความเสียหายและมีพลเรือนเสียชีวิต กลายเป็นประเด็นสำคัญที่อิหร่านนำมาโจมตีสหรัฐฯ ทางการเมืองและระหว่างประเทศ โดยฝ่ายอิหร่านยืนยันว่าผู้เสียชีวิตเป็นพลเรือน
🚨 อิหร่านประกาศตอบโต้
หลังการโจมตี อิหร่านระบุว่าได้เปิดฉากตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนต่อเป้าหมายของสหรัฐฯ ในภูมิภาค รวมถึงพื้นที่ใน จอร์แดน บาห์เรน และอิรัก
ขณะที่คูเวตรายงานว่ามีการสกัดขีปนาวุธและโดรนบางส่วน (Al Jazeera)
Reuters รายงานว่า การแลกการโจมตีครั้งล่าสุดถือเป็นการยกระดับความรุนแรงครั้งสำคัญ หลังสถานการณ์การสู้รบมีช่วงหยุดชะงักไประยะหนึ่ง และทำให้ความเสี่ยงของความขัดแย้งที่ลุกลามทั่วภูมิภาคเพิ่มขึ้นอีกครั้ง (Reuters)
🔥 ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นจุดเดือด
สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ครั้งนี้น่ากังวลมากกว่าการโจมตีทางอากาศทั่วไป คือการสู้รบเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งน้ำมันโลก
สหรัฐฯ ระบุว่าปฏิบัติการโจมตีมีส่วนเกี่ยวข้องกับความพยายามของ IRGC ในการคุกคามการเดินเรือ ขณะที่อิหร่านมองว่าการโจมตีของสหรัฐฯ เป็นการขยายสงครามเข้าสู่พื้นที่พลเรือน (Al Jazeera)
⚠️ จุดที่โลกต้องจับตา
เหตุการณ์ที่ Kuhestak ทำให้ความสูญเสียของพลเรือนกลายเป็นประเด็นร้อนที่สุดของการปะทะรอบใหม่
แม้สหรัฐฯ จะระบุว่าโจมตีเป้าหมายทางทหาร แต่การที่มีบ้านพักซึ่งกำลังจัดงานแต่งงานได้รับความเสียหายและมีพลเรือนเสียชีวิต ทำให้เกิดคำถามอย่างหนักเกี่ยวกับผลกระทบของปฏิบัติการทางทหารต่อประชาชนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสู้รบ
ขณะเดียวกัน คำกล่าวอ้างของแต่ละฝ่ายเกี่ยวกับเป้าหมายและสาเหตุของความเสียหายยังต้องติดตามการตรวจสอบจากแหล่งอิสระเพิ่มเติม
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วอย่างชัดเจนคือ สงครามสหรัฐฯ–อิหร่านกลับมาร้อนแรง และช่องแคบฮอร์มุซกำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงสำคัญที่สุดของวิกฤตครั้งนี้
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Al Jazeera, Reuters, Iranian Red Crescent และ U.S. Central Command (Al Jazeera)
#สหรัฐอเมริกา
#อิหร่าน
#สงครามอิหร่าน
#ช่องแคบฮอร์มุซ
#Iran
#USA
#ข่าวด่วน
#ข่าวต่างประเทศ
#สงคราม
#วิหคนิวส์
