2 กันยายน 2569 — วัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีการะบุว่า คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งในคดีหมายเลขดำ ลต สว 15/2568 คดีหมายเลขแดง ลต สว 69/2569 กลายเป็นคดีสำคัญที่สะท้อนการใช้พยานหลักฐานทางการเงินและเทคโนโลยีในการพิสูจน์พฤติการณ์ทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ปี 2567 จังหวัดร้อยเอ็ด
คดีนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เป็นผู้ร้อง ขอให้ศาลเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้งของผู้เกี่ยวข้องรวม 8 ราย
ศาลฎีกาพิจารณาแล้วมีคำพิพากษาให้ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี จำนวน 6 ราย ได้แก่ พลโทโสภณ ศิริงาม, นายชัยชนะ เนาวงศ์, นายเรืองวิทย์ พายุหะมารวย, นายเฉลิมศักดิ์ แสนปาง, พันเอกสมบูรณ์ชัยย์ อรัญพูล และนางสาวณัฏฐยา หรือณัฐณิชา รัตนะ
ส่วน นายบรรลุ บุตรศาสตร์ และนายสนอง กาสิงห์ ศาลยกคำร้อง เนื่องจากพยานหลักฐานในส่วนของบุคคลทั้งสองยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังว่ากระทำผิด
💥 จุดสำคัญ “เส้นเงิน 15,000 บาท”
หนึ่งในประเด็นสำคัญของคดีเกี่ยวข้องกับเงิน 15,000 บาท ซึ่งศาลพิจารณาพฤติการณ์การโอนเงินผ่านบุคคลอื่นแทนที่จะโอนถึงผู้รับโดยตรง
ตามรายละเอียดคำพิพากษาที่สำนักข่าวอิศรารายงาน การโอนเงินเกิดขึ้นผ่านผู้คัดค้านที่ 7 ก่อนถูกโอนต่อไปยังผู้รับ โดยมีช่วงเวลาห่างกันเพียงประมาณ 1 นาที
ศาลเห็นว่า หากเป็นการทำธุรกรรมโดยสุจริต ก็ไม่มีเหตุจำเป็นต้องใช้บุคคลอื่นเป็นตัวกลางในการโอนเงิน พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาถึงเจตนาหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
ที่สำคัญ เมื่อข้อมูลธุรกรรมถูกนำไปประกอบกับ ข้อมูลพิกัดเสาสัญญาณโทรศัพท์ หรือ Cell Site ศาลจึงสามารถพิจารณาความเชื่อมโยงของบุคคลและเหตุการณ์ได้ละเอียดมากขึ้น
📱 เงินอย่างเดียวไม่พอ แต่ “เงิน + พิกัด + พยาน” กลายเป็นภาพเดียวกัน
คดีนี้จึงไม่ได้อยู่ที่สลิปโอนเงินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการนำพยานหลักฐานหลายประเภทมาประกอบกัน ทั้งธุรกรรมทางการเงิน ข้อมูลโทรศัพท์ พยานบุคคล และคลิปเสียงที่ผ่านการตรวจพิสูจน์
ตามบทสรุปของอดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา วัส ติงสมิตร ประเด็นสำคัญคือ เมื่อพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สามารถเชื่อมโยงกับพฤติการณ์แวดล้อมได้ ข้ออ้างเกี่ยวกับธุรกรรมก็ไม่สามารถพิจารณาแยกออกจากบริบททั้งหมดได้
⚖️ ฟ้องแพ่งย้อนหลัง ศาลไม่รับเป็นเกราะ
อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือกรณีการฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกเงิน 15,000 บาท โดยอ้างเกี่ยวกับ “โครงการพันธุ์ข้าวสีชมพู”
ตามรายละเอียดที่เผยแพร่ ศาลพิจารณาถึงช่วงเวลาที่มีการฟ้อง รวมถึงข้อเท็จจริงว่าการดำเนินคดีเกิดขึ้นหลังจาก กกต. แจ้งข้อกล่าวหาแล้ว และเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่มีการต่อสู้คดี
ศาลจึงนำพฤติการณ์ดังกล่าวมาประกอบการวินิจฉัยว่า คดีแพ่งดังกล่าวไม่อาจนำมาใช้หักล้างพยานหลักฐานฝ่าย กกต. ได้ตามที่ฝ่ายผู้คัดค้านต่อสู้
🚨 อีกจุดสำคัญ “เสนอเงิน” แม้ยังไม่ได้จ่าย
กรณีของผู้คัดค้านที่ 2 หรือ นายชัยชนะ เนาวงศ์ มีประเด็นเกี่ยวกับการเสนอเงินจำนวน 50,000 บาท เพื่อจูงใจให้ลงคะแนน
จุดสำคัญตามบทสรุปคำพิพากษาคือ ศาลไม่ได้พิจารณาเฉพาะว่า “มีการจ่ายเงินจริงหรือไม่” แต่พิจารณาถึงการ เสนอให้หรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินเพื่อจูงใจการลงคะแนน ด้วย
ดังนั้น ในข้อเท็จจริงของคดีนี้ แม้เงิน 50,000 บาทจะไม่ได้ถูกจ่ายจริง แต่ศาลเห็นว่าพฤติการณ์การเสนอหรือสัญญาว่าจะให้เพื่อจูงใจการลงคะแนนสามารถเป็นความผิดตามกฎหมายได้
🛡️ พยานคนสำคัญกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
อีกประเด็นที่วัส ติงสมิตรหยิบขึ้นมาเป็นบทเรียน คือพยานผู้มีสิทธิเลือกที่เข้าร่วมเหตุการณ์และได้รับการกันไว้เป็นพยานตามกลไกของกฎหมาย
คำให้การของพยานถูกนำมาประกอบกับหลักฐานอื่น โดยเฉพาะ คลิปเสียงและเอกสารการโอนเงิน ทำให้ศาลสามารถประเมินน้ำหนักของพยานหลักฐานจากหลายส่วนประกอบกัน ไม่ได้อาศัยคำเบิกความเพียงอย่างเดียว
🔥 บทเรียนใหญ่จากคดีร้อยเอ็ด
คดีนี้จึงสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การพิสูจน์คดีเลือกตั้งในยุคดิจิทัลไม่ได้พึ่งเพียงคำให้การของพยาน แต่สามารถนำ เส้นทางการเงิน ข้อมูลโทรศัพท์ คลิปเสียง และพฤติการณ์แวดล้อม มาประกอบกันเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้
และผลของคดีครั้งนี้คือ ศาลฎีกามีคำพิพากษา เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปีแก่ผู้คัดค้าน 6 ราย ขณะที่อีก 2 รายได้รับการยกคำร้องเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ
นี่จึงเป็นอีกคดีที่น่าจับตาในฐานะ บทเรียนของการตรวจสอบการเลือก สว. ปี 2567 โดยเฉพาะการติดตามเส้นทางเงินและหลักฐานดิจิทัลที่อาจกลายเป็นพยานหลักฐานสำคัญในคดีเลือกตั้งต่อไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง คดี ลต สว 15/2568 – ลต สว 69/2569, สำนักข่าวอิศรา และโพสต์ของวัส ติงสมิตร
#เลือกตั้งสว #ฮั้วสว #ทุจริตเลือกตั้ง #ศาลฎีกา #กกต #ร้อยเอ็ด #สว2567 #เลือกสว #วัสติงสมิตร #ข่าวการเมือง #วิหคนิวส์
