
วิกฤตการเงินในประเทศปารากวัยลุกลามกลายเป็นวิกฤตการเมืองครั้งใหญ่ หลังนายซานติอาโก เปญา ประธานาธิบดี ประกาศยื่นลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ภายหลังธนาคารดิจิทัล Ueno Bank ถูกธนาคารกลางเข้าควบคุมกิจการ หลังตรวจพบปัญหาความมั่นคงทางการเงินอย่างรุนแรง ส่งผลให้ลูกค้าประมาณ 3 ล้านคนไม่สามารถเข้าถึงบัญชีและเงินฝากของตนเองได้
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางการเมืองยังไม่สิ้นสุดลงเพียงการประกาศลาออก เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรปารากวัยลงมติเอกฉันท์ 78 เสียงไม่รับการลาออก พร้อมเดินหน้ากระบวนการถอดถอนประธานาธิบดี ทำให้อนาคตทางการเมืองของเปญายังต้องผ่านขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญต่อไป
Ueno Bank ถูกธนาคารกลางเข้าควบคุม ลูกค้า 3 ล้านคนได้รับผลกระทบ
ธนาคารกลางปารากวัยเข้าดำเนินการกับ Ueno Bank เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 หลังตรวจพบว่าอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำตามกฎหมายอย่างรุนแรง โดยอยู่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของระดับที่กำหนด
มาตรการดังกล่าวทำให้ธนาคารต้องหยุดให้บริการและเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาภายใต้การกำกับของธนาคารกลาง ส่งผลให้ลูกค้าประมาณ 3 ล้านคนไม่สามารถเข้าถึงบัญชี เงินฝาก และบริการทางการเงินได้ตามปกติ
Ueno Bank เป็นธนาคารดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีฐานลูกค้าประมาณ 3 ล้านราย หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ของประชากรวัยผู้ใหญ่ในปารากวัย
นอกจากนี้ ธนาคารยังมีเงินภาครัฐอยู่ภายใต้การบริหารประมาณ 800–850 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงเงินประมาณ 380 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากกองทุนประกันสังคมของรัฐ ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะประชาชนทั่วไป แต่ยังสร้างความกังวลต่อเงินทุนของหน่วยงานรัฐและระบบการเงินของประเทศ
ตรวจพบปัญหาสินเชื่อโยงบริษัทเจ้าของธนาคาร
อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือการปล่อยสินเชื่อให้แก่บริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับ Grupo Vázquez ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจเจ้าของ Ueno Bank
รายงานการตรวจสอบของหน่วยงานกำกับดูแลระบุถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อให้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ รวมถึงปัญหาด้านเอกสารประกอบสินเชื่อและการบันทึกบัญชี ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อฐานะทางการเงินของธนาคาร
อัยการได้ดำเนินการสอบสวนผู้บริหารและบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายงานการออกหมายจับผู้บริหารและกรรมการธนาคารรวม 8 ราย ในข้อสงสัยเกี่ยวกับการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายทางการเงิน
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาเหล่านี้ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวน ไม่ใช่ข้อสรุปว่าบุคคลที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดมีความผิดแล้ว
ปมความเชื่อมโยงทางธุรกิจของประธานาธิบดี
วิกฤต Ueno Bank กลายเป็นปัญหาทางการเมืองโดยตรง เนื่องจากประธานาธิบดีซานติอาโก เปญา เคยมีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจกับ Grupo Vázquez ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของธนาคาร
เปญาระบุว่าได้ขายหุ้นในกลุ่มธุรกิจดังกล่าวไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม 2568 และปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินงานของ Ueno Bank
แต่ฝ่ายค้านตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน การนำเงินกองทุนภาครัฐไปฝากไว้กับธนาคารที่มีความเชื่อมโยงทางธุรกิจ และการกำกับดูแลสถาบันการเงินที่อาจไม่เป็นอิสระเพียงพอ
แรงกดดันยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อมีการเปิดเผยว่า นายคาร์ลอส คาร์วัลโญ ผู้ว่าการธนาคารกลาง ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลสถาบันการเงิน เคยเป็นผู้บริหารของ Financiera Ueno ซึ่งเป็นกิจการต้นแบบก่อนพัฒนาเป็น Ueno Bank และได้ยื่นลาออกจากตำแหน่งภายหลังเกิดวิกฤต
ประชาชนประท้วง ผู้รับบำนาญรอเงินฝากคืน
หลังธนาคารหยุดให้บริการ ประชาชนจำนวนมากเดินทางไปยังสาขาของ Ueno Bank เพื่อสอบถามและติดตามเงินฝากของตนเอง ขณะที่ผู้รับบำนาญและประชาชนที่ต้องพึ่งพาเงินในบัญชีเพื่อใช้จ่ายประจำวันได้รับผลกระทบอย่างหนัก
มีรายงานว่าประชาชนจำนวนหนึ่งต้องต่อแถวหน้าสาขาที่ปิดให้บริการ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและธนาคารกลางเร่งคืนเงินฝากและชี้แจงแนวทางคุ้มครองเงินของประชาชน
สถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การชุมนุมประท้วงในกรุงอาซุนซิออน และเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลให้รับผิดชอบต่อวิกฤตที่เกิดขึ้น
เปญาประกาศลาออก แต่สภาไม่รับ เดินหน้ากระบวนการถอดถอน
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นายซานติอาโก เปญา ประกาศผ่านวิดีโอว่าได้ตัดสินใจยื่นลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี โดยให้เหตุผลว่าต้องการรักษาเสถียรภาพของประเทศ สันติภาพทางสังคม และสถาบันประชาธิปไตย
เขายังกล่าวขอโทษประชาชนหากการทำหน้าที่ที่ผ่านมาไม่สามารถตอบสนองความไว้วางใจได้ พร้อมแสดงความหวังว่าจะสามารถคืนเงินฝากให้แก่ประชาชนและปกป้องเงินทุนของรัฐได้
แต่ในวันเดียวกัน สภาผู้แทนราษฎรปารากวัยลงมติ 78 เสียงอย่างเป็นเอกฉันท์ไม่รับการลาออก และเดินหน้ากระบวนการถอดถอน เพื่อให้การตรวจสอบความรับผิดชอบทางการเมืองดำเนินต่อไป โดยขั้นตอนสุดท้ายยังต้องผ่านการพิจารณาของวุฒิสภา
ดังนั้น แม้เปญาจะประกาศยื่นลาออกแล้ว แต่ยังไม่อาจถือว่ากระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจเสร็จสมบูรณ์
ส่วนรองประธานาธิบดีเปโดร อาเลียนา เป็นบุคคลที่ถูกวางตัวให้ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนตามรัฐธรรมนูญ หากการลาออกมีผลหรือกระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจเสร็จสิ้น โดยมีวาระต่อเนื่องไปจนถึงปี 2028
บทเรียนต่อระบบธนาคารและการกำกับดูแล
เหตุการณ์ Ueno Bank เป็นกรณีศึกษาสำคัญของการกำกับดูแลสถาบันการเงิน โดยเฉพาะธนาคารที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีฐานลูกค้าจำนวนมาก และรับฝากเงินจากหน่วยงานภาครัฐ
สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนความสำคัญของการตรวจสอบฐานะเงินกองทุน การควบคุมสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นหรือบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับธนาคาร ตลอดจนความเป็นอิสระของหน่วยงานกำกับดูแล
สำหรับประเทศไทย มีระบบกำกับดูแลสถาบันการเงินโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และระบบคุ้มครองเงินฝากที่กำหนดวงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาทต่อผู้ฝากเงินหนึ่งรายต่อสถาบันการเงินหนึ่งแห่ง
อย่างไรก็ตาม กรณีปารากวัยย้ำให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นในระบบธนาคารไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงวงเงินคุ้มครองเงินฝากเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยความโปร่งใส การตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ และการดำเนินการอย่างรวดเร็วเมื่อพบความเสี่ยง
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Reuters, Associated Press (AP), BBC News Mundo, EFE และ The Guardian รายงานวันที่ 3–6 พฤศจิกายน 2569
#ปารากวัย #UenoBank #ซานติอาโกเปญา #ธนาคารล่ม #วิกฤตการเงิน #ประธานาธิบดีลาออก #ถอดถอนประธานาธิบดี #ธนาคารกลาง #เงินฝากประชาชน #ข่าวต่างประเทศ #วิหคนิวส์