จำนวนผู้ชม

ข่าวประจำวัน » ทรัมป์ลั่น 300%! ขู่รีดภาษีบริษัทต่างชาติไม่ตั้งโรงงานในสหรัฐฯ เดินหน้าสงครามการค้า

ทรัมป์ลั่น 300%! ขู่รีดภาษีบริษัทต่างชาติไม่ตั้งโรงงานในสหรัฐฯ เดินหน้าสงครามการค้า

6 November 2026
43   0

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่งสัญญาณเดินหน้ามาตรการภาษีสินค้านำเข้าอย่างแข็งกร้าวต่อไป แม้พรรครีพับลิกันเพิ่งเผชิญความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งกลางเทอม โดยประกาศเตือนบริษัทต่างชาติที่ไม่เข้ามาสร้างโรงงานและฐานการผลิตในสหรัฐฯ ว่าอาจต้องเผชิญอัตราภาษีนำเข้าสูงถึง 300%

ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ตามเวลาท้องถิ่น ระหว่างที่ทรัมป์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวภายในทำเนียบขาว เกี่ยวกับแนวทางการบริหารประเทศในช่วง 2 ปีที่เหลือของวาระประธานาธิบดี

ทรัมป์ระบุว่า รัฐบาลจะมีมาตรการและการดำเนินการอีกหลายอย่างในช่วง 1–2 สัปดาห์ข้างหน้า พร้อมยืนยันว่าจะไม่ยกเลิกนโยบายภาษีที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

อ้างภาษีสูงเป็นแรงจูงใจ ดึงบริษัทต่างชาติสร้างโรงงาน

ทรัมป์กล่าวอ้างว่า ปัจจุบันมีโรงงานและสถานประกอบการผลิตของบริษัทต่างชาติกำลังก่อสร้างอยู่ในสหรัฐฯ มากกว่า 3,000 แห่ง และมองว่านโยบายภาษีนำเข้าของรัฐบาลเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้บริษัทเหล่านั้นตัดสินใจลงทุน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า หากรัฐบาลยกเลิกภาษีนำเข้าในเวลานี้ โครงการก่อสร้างโรงงานเหล่านั้นอาจหยุดชะงักทันที และบริษัทต่างชาติจะกลับไปส่งสินค้าจากประเทศต้นทางเข้ามาจำหน่ายในตลาดสหรัฐฯ แทน

ทรัมป์กล่าวว่า บริษัทต่างชาติส่วนใหญ่ตัดสินใจสร้างโรงงานในสหรัฐฯ เพราะต้องการหลีกเลี่ยงภาระภาษีนำเข้าที่อาจสูงถึง 50%, 100%, 150%, 250% และสูงสุด 300%

พร้อมย้ำว่า เมื่อบริษัทเริ่มก่อสร้างและเปิดดำเนินการโรงงานในสหรัฐฯ แล้ว ก็จะไม่ต้องเผชิญภาษีนำเข้าในลักษณะเดียวกับการนำสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย

พาดพิงจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์

ทรัมป์ยังกล่าวถึงประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ โดยระบุว่า หากสหรัฐฯ ยกเลิกกำแพงภาษี บริษัทต่างชาติจะหันกลับไปผลิตสินค้าในประเทศของตนแล้วส่งออกมายังตลาดอเมริกา

เขาเตือนว่า สหรัฐฯ อาจต้องเผชิญกับโรงงานที่ก่อสร้างค้างอยู่ทั่วประเทศ ขณะที่สินค้าจากต่างประเทศจะกลับเข้ามาแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ อีกครั้ง

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่า เมื่อโรงงานต่างชาติเข้ามาตั้งฐานการผลิตและเริ่มดำเนินงานในสหรัฐฯ จะช่วยลดภาระภาษี และทำให้ราคาสินค้าสำหรับผู้บริโภคลดลงอย่างมาก

ไม่ถอยแม้เผชิญแรงกดดันทางการเมือง

การประกาศจุดยืนเรื่องภาษีครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังพรรครีพับลิกันประสบความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งกลางเทอม ขณะที่ฝ่ายเดโมแครตเตรียมผลักดันให้ยกเลิกมาตรการภาษีของทรัมป์

ผู้นำสหรัฐฯ ยังคงปกป้องนโยบายดังกล่าว โดยวิจารณ์ผู้ที่เรียกร้องให้ยกเลิกภาษีว่าเป็นกลุ่มที่ไม่เข้าใจผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ

ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่าทรัมป์ยังไม่มีสัญญาณเปลี่ยนแนวทางด้านการค้า แม้เผชิญแรงกดดันทางการเมืองและข้อเรียกร้องให้ทบทวนนโยบายจากฝ่ายตรงข้าม

อย่างไรก็ตาม คำกล่าวเรื่องภาษีสูงสุด 300% ยังเป็นการขู่และแสดงจุดยืนของประธานาธิบดี ไม่ใช่การประกาศใช้มาตรการภาษีใหม่ที่มีรายละเอียดบังคับใช้แล้ว โดยยังไม่มีการระบุชัดเจนถึงฐานอำนาจทางกฎหมาย ขอบเขตสินค้า ประเทศเป้าหมาย หรือวันเริ่มต้นบังคับใช้

จับตาผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนทั่วโลก

ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลสหรัฐฯ ทำให้ประเทศคู่ค้าและบริษัทข้ามชาติต้องติดตามทิศทางนโยบายการค้าอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการกำหนดภาษีนำเข้าในระดับสูงอาจส่งผลต่อการตัดสินใจย้ายฐานการผลิต การลงทุนระหว่างประเทศ และต้นทุนสินค้าที่เข้าสู่ตลาดอเมริกา

โดยเฉพาะบริษัทจากเอเชียที่มีฐานการผลิตและส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ ซึ่งอาจต้องประเมินความเสี่ยงด้านภาษีและพิจารณาทางเลือกในการลงทุนเพิ่มเติม

สถานการณ์จึงยังต้องจับตาว่า ทรัมป์จะเดินหน้าออกมาตรการภาษีเพิ่มเติมจริงหรือไม่ และรัฐบาลสหรัฐฯ จะกำหนดเงื่อนไขอย่างไรกับบริษัทต่างชาติที่ต้องการเข้าถึงตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ของอเมริกา

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: SBS News, KBS World, The Korea Herald, Yonhap News และ Seoul Economic Daily รายงานวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569

#โดนัลด์ทรัมป์ #สหรัฐอเมริกา #สงครามการค้า #ภาษีนำเข้า #ภาษี300เปอร์เซ็นต์ #จีน #ญี่ปุ่น #เกาหลีใต้ #เศรษฐกิจโลก #วิหคนิวส์