28 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมงานเสวนาทางวิชาการ “วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ: ที่มาและทางออก” ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงบทเรียนตลอด 30 ปีขององค์กรอิสระ โดยยอมรับว่า จุดเริ่มต้นของการออกแบบองค์กรอิสระเกิดจากความต้องการสร้างกลไกตรวจสอบนักการเมืองและผู้ใช้อำนาจรัฐ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่นักการเมืองมีอำนาจและบารมีสูง
แต่ปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นตามมาคือ องค์กรอิสระเองถูกพยายามแทรกแซงทางการเมือง จนกลายเป็นวิกฤตศรัทธาในปัจจุบัน
นายอภิสิทธิ์ย้อนว่า รัฐธรรมนูญ 2540 ได้สร้างองค์กรอิสระหลายรูปแบบ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ป.ป.ช. และองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจของนักการเมือง
ช่วงแรกองค์กรเหล่านี้ได้รับความคาดหวังจากประชาชนสูง หลังสามารถตรวจสอบและดำเนินการกับนักการเมืองระดับใหญ่ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป นักการเมืองก็พยายามหาทางเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระ ทำให้กลไกตรวจสอบเริ่มเกิดปัญหา
นายอภิสิทธิ์ระบุว่า รัฐธรรมนูญ 2550 พยายามแก้ปัญหาด้วยการออกแบบวุฒิสภาแบบผสม ทั้งการเลือกตั้งและการสรรหา แต่ก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นข้อครหาเรื่องการแทรกแซงได้
กระทั่งมาถึงรัฐธรรมนูญ 2560 นายอภิสิทธิ์มองว่า ปัญหายิ่งซับซ้อนขึ้น เพราะระบบการได้มาซึ่งวุฒิสภาถูกออกแบบขึ้นมาในลักษณะที่สามารถเชื่อมโยงไปถึงการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระได้
พร้อมชี้ว่า หากมีกลุ่มการเมืองสามารถวางแผนเข้าไปยึดกลไกวุฒิสภา แล้วส่งบุคคลที่มีความเชื่อมโยงเข้าไปอยู่ในองค์กรอิสระ และกลุ่มดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองที่มีอำนาจฝ่ายบริหารได้อีก ก็จะกลายเป็น “การแทรกแซงครบวงจร”
นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า ปัญหาไม่ได้อยู่เพียงเรื่ององค์กรอิสระถูกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งยึดครองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการที่องค์กรเหล่านี้ เมื่อดำเนินงานมาระยะหนึ่ง อาจขยายอำนาจและทำให้การตรวจสอบตัวองค์กรเองทำได้ยากขึ้น
🔥 ชง 2 ทางออก รื้อ “องค์กรอิสระ–สว.”
นายอภิสิทธิ์เสนอว่า หากประเทศไทยสามารถจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้ นี่จะเป็น “โอกาสทอง” ในการทบทวนโครงสร้างทั้งหมด
โดยยืนยันว่า ยังจำเป็นต้องมีเครือข่ายองค์กรอิสระ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบนักการเมือง ตราบใดที่พรรคการเมืองและนักการเมืองไทยยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าจะตรวจสอบกันเองอย่างมีประสิทธิภาพ
แต่หากยังไม่สามารถจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ อย่างน้อยควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 เรื่องใหญ่
- แก้ที่มาขององค์กรอิสระ
- แก้ที่มาของวุฒิสภา
เนื่องจากวุฒิสภามีบทบาทสำคัญในการคัดสรรบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระ
นอกจากนี้ ยังเสนอให้แก้กลไกที่มองว่าบิดเบี้ยว เช่น กรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีดุลยพินิจเกี่ยวกับการยื่นเรื่องตรวจสอบ ป.ป.ช. รวมถึงผลักดันให้กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระมีความโปร่งใสมากขึ้น
นายอภิสิทธิ์กล่าวอย่างหนักแน่นว่า “เราอยู่เฉยไม่ได้” เพราะหากปล่อยให้เกิดสถานการณ์ที่พรรคการเมืองยึดครองวุฒิสภา ส่งบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระ และองค์กรเหล่านั้นถูกใช้เป็นกลไกคุ้มครองฝ่ายบริหาร ขณะที่ไม่มีองค์กรใดสามารถตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบตรวจสอบถ่วงดุลก็จะเกิดปัญหาอย่างรุนแรง
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อทำลายกลไกประชาธิปไตยและระบบตรวจสอบอำนาจรัฐ อาจต้องพิจารณาด้วยว่า เข้าข่ายการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองหรือไม่
นายอภิสิทธิ์ทิ้งท้ายว่า ประชาธิปไตยไม่ได้มีเพียงการเลือกตั้ง แต่ต้องมาพร้อมความรับผิดชอบต่อประชาชน และประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างระบบที่สามารถตรวจสอบผู้ใช้อำนาจได้อย่างแท้จริง
สำนักข่าววิหคนิวส์
#อภิสิทธิ์ #องค์กรอิสระ #วิกฤตศรัทธา #รัฐธรรมนูญ #วุฒิสภา #สว #กกต #ปปช #ศาลรัฐธรรมนูญ #ประชาธิปไตย #การเมืองไทย #พรรคประชาธิปัตย์ #ข่าวการเมือง #วิหคนิวส์
