วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 สำนักข่าวแนวหน้ารายงานความคืบหน้าการพิจารณาตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 หรือกฎหมายนิรโทษกรรม หลังคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องประชุมนัดสำคัญ โดยมีประเด็นที่ได้รับความสนใจคือคดีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ซึ่งเกี่ยวข้องกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ
รศ.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะอนุกรรมการ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาคดีสำคัญประมาณ 3-4 เรื่อง โดยมีทั้งกรณีที่ศาลมีคำวินิจฉัยแล้ว กรณีที่ต้องส่งหน่วยงานเกี่ยวข้องดำเนินการ และกรณีที่ต้องเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาต่อ
คดี กปปส. “อภิสิทธิ์-สุเทพ” เข้าเกณฑ์
รายงานข่าวระบุว่า ในบรรดาคดีที่นำเข้าสู่การพิจารณา มีคดีพิเศษในชั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีการชุมนุม กปปส.
โดยมีความเห็นว่าพฤติการณ์ทางคดีเข้าหลักเกณฑ์คดีชุมนุมทางการเมือง จึงเสนอให้ดำเนินการนิรโทษกรรมและยุติการสอบสวนในชั้น DSI ตามขั้นตอนกฎหมาย
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นกระบวนการตามกฎหมายนิรโทษกรรม ไม่ใช่การประกาศว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีความผิดในทุกกรณี
ยืนยัน 4 คดีทักษิณยังไม่เข้าสู่วาระ
ส่วนกรณีคำร้องของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 4 คดี รศ.ยุทธพรยืนยันว่า ไม่มีการนำคำร้องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการในวันนั้น
สำหรับขั้นตอนต่อไป สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะฝ่ายเลขานุการ จะต้องรวบรวมข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐาน และข้อกฎหมาย ก่อนประสานเสนอเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอน โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเข้าสู่ที่ประชุมเมื่อใด
รศ.ยุทธพรยังกล่าวถึงประเด็นการลบประวัติอาชญากรรมว่า ตามความเห็นของตน มาตรา 8 วรรคท้าย ของ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 กำหนดให้ประวัติที่เคยถูกบันทึกสิ้นผลตามกฎหมาย และเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยเฉพาะรายจากคณะกรรมการ
ปัดข่าวล็อบบี้-ดีลแลกเสียงอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ส่วนกระแสข่าวว่ามีการทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนการนิรโทษกรรม 4 คดีของนายทักษิณ กับการสนับสนุนเสียงของพรรคเพื่อไทยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รศ.ยุทธพรระบุว่า ไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง พร้อมยืนยันว่าไม่มีแรงกดดันหรือล็อบบี้การทำงานของคณะอนุกรรมการ ทุกขั้นตอนดำเนินการตามข้อกฎหมาย ระเบียบ และพยานหลักฐาน
นอกจากนี้ ยังชี้แจงว่า หากผู้ยื่นคำร้องรายใดถูกคณะกรรมการชุดใหญ่มีมติไม่เห็นชอบ ผู้มีส่วนได้เสียยังสามารถใช้สิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้ แม้กฎหมายจะระบุว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเป็นที่สุดก็ตาม
กรอบเวลาทำงานถึง 20 มีนาคม 2570
รศ.ยุทธพรระบุว่า คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขมีกรอบเวลาปฏิบัติงาน 180 วัน นับจากการประชุมครั้งแรก ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 20 มีนาคม 2570 และสามารถขยายเวลาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน โดยตั้งเป้าเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาหลัก
ความคืบหน้าครั้งนี้จึงทำให้คดีการชุมนุมทางการเมืองของแกนนำ กปปส. กลายเป็นหนึ่งในกรณีสำคัญที่มีความเห็นว่าเข้าเกณฑ์นิรโทษกรรม ขณะที่คำร้อง 4 คดีของนายทักษิณยังต้องรอการรวบรวมข้อมูลและเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกฎหมายต่อไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: สำนักข่าวแนวหน้า, Thai PBS, Daily News
#นิรโทษกรรม #ทักษิณชินวัตร #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #สุเทพเทือกสุบรรณ #คดี กปปส #DSI #การเมืองไทย #กฎหมายนิรโทษกรรม #วิหคนิวส์
