วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง หลังมีกระแสข่าวกล่าวอ้างว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาลบประวัติอาชญากรรม พร้อมถูกเชื่อมโยงกับข้อกล่าวอ้างเรื่องการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการเมืองกับการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคเพื่อไทย
ล่าสุด นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กว่า การยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป โดยระบุว่า นายทักษิณไม่มีโทษจำคุกจากคำพิพากษาคดีใดที่ยังต้องรับโทษอยู่ หลังได้รับการปล่อยตัว
นายณัฐวุฒิย้ำว่า การอนุญาตให้ลบประวัติหรือไม่ เป็นอำนาจพิจารณาของคณะกรรมการ ซึ่งต้องตรวจสอบทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ โดยขณะนี้เรื่องยังอยู่ในขั้นตอนของคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง และยังไม่มีข้อสรุปว่าจะอนุญาตตามคำร้องหรือไม่
แยกคดี ม.112 ต้องสู้ตามกระบวนการยุติธรรม
สำหรับคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ นายณัฐวุฒิระบุว่าเป็นกรณีที่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย จึงต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมแยกต่างหาก ไม่สามารถนำมารวมกับการพิจารณาคำร้องในลักษณะเดียวกันได้
ส่วนกระบวนการรับคำร้อง คณะกรรมการเปิดช่องทางให้ประชาชนยื่นเรื่องได้ทั้งด้วยตนเองที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และผ่านระบบออนไลน์ โดยกำหนดกรอบเวลาให้ดำเนินการทุกขั้นตอนแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน พร้อมยืนยันว่าผลการพิจารณาจะต้องเปิดเผยต่อสังคม
ปัดข่าวดีลแลกเสียงโหวต ซัดเป็น “เฟคนิวส์-เฟคดีล”
ส่วนกระแสข่าวที่กล่าวอ้างว่า นายทักษิณทำข้อตกลงกับคณะกรรมการเพื่อให้เห็นชอบคำร้อง แลกกับการที่พรรคเพื่อไทยจะสนับสนุนรัฐบาลในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายณัฐวุฒิปฏิเสธอย่างชัดเจน โดยเรียกว่าเป็นทั้ง “เฟคนิวส์และเฟคดีล”
นายณัฐวุฒิให้เหตุผลว่า สถานการณ์เสียงสนับสนุนรัฐบาลไม่ได้อยู่ในภาวะหมิ่นเหม่จนต้องพึ่งพาข้อตกลงดังกล่าว อีกทั้งการทำงานระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลยังไม่มีปัญหา ขณะที่การปรับเปลี่ยนพรรคการเมืองบางส่วนออกจากวิปฝ่ายค้าน อาจส่งผลให้เสียงสนับสนุนรัฐบาลเพิ่มขึ้น และเสียงฝ่ายค้านลดลง
นายณัฐวุฒิยังย้ำว่า สิทธิในการยื่นคำร้องเป็นของผู้ยื่น ส่วนอำนาจตัดสินใจเป็นของคณะกรรมการ ซึ่งต้องทำหน้าที่ตามกฎหมายและพิจารณาอย่างรอบคอบ
จับตาผลพิจารณาในกรอบ 6 เดือน
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือผลการพิจารณาคำร้องของนายทักษิณ ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนกลั่นกรอง รวมถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังมีข้อกล่าวอ้างเรื่องการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่นายณัฐวุฒิออกมาปฏิเสธแล้ว
ทั้งนี้ การยื่นคำร้องยังไม่ใช่การได้รับอนุญาตให้ลบประวัติอาชญากรรม ผลสุดท้ายขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Thai PBS, PPTV HD36, แนวหน้า
#ทักษิณ #ณัฐวุฒิใสยเกื้อ #ลบประวัติอาชญากรรม #เฟคนิวส์ #เฟคดีล #อภิปรายไม่ไว้วางใจ #การเมืองไทย #วิหคนิวส์
