วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ตลาดหุ้นเอเชียเผชิญแรงเทขายครั้งใหญ่ หลังตลาดหุ้นวอลล์สตรีทสหรัฐฯ ปรับตัวร่วงหนัก โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ ส่งแรงกระแทกข้ามทวีปจนมูลค่าหุ้นเอเชียสูญหายรวมกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 32 ล้านล้านบาท ตามรายงานที่เผยแพร่โดยสุทธิชัย หยุ่น
ตลาดหุ้นสำคัญในเอเชียแดงเดือดพร้อมกัน! เกาหลีใต้ดัชนี KOSPI ร่วงราว 6% ญี่ปุ่น Nikkei ดิ่ง 6% จีน Shanghai Composite ลดลง 1.5% และไต้หวันทรุด 5% โดยเกาหลีใต้แตะระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน ขณะที่ญี่ปุ่นต่ำสุดในรอบเกือบ 7 เดือน ตามข้อมูลในรายงานดังกล่าว
หุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ถูกถล่มขายระนาว! Kioxia ร่วง 13% ขณะที่ SK Hynix และ SoftBank ลดลง 12% ส่วน Samsung และ TSMC ทรุด 8% หลังดัชนี Philadelphia Semiconductor ของสหรัฐฯ ดิ่งถึง 12.2%
แรงขายครั้งนี้สะท้อนความวิตกของนักลงทุนต่อมูลค่าหุ้น AI ที่พุ่งสูงอย่างรวดเร็ว จนเกิดคำถามว่าราคาหุ้นสะท้อนผลประกอบการและศักยภาพการเติบโตที่แท้จริงแล้วหรือไม่
ด้านตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าร่วงเกือบ 18 จุด แม้ยังไม่รุนแรงเท่าตลาดหุ้นเอเชียหลายแห่ง แต่ต้องจับตาว่าแรงเทขายจากต่างชาติจะลุกลามเข้าสู่ตลาดทุนไทยมากขึ้นหรือไม่
นักวิเคราะห์กำลังจับตาว่า การดิ่งลงครั้งนี้เป็นเพียงการปรับฐานระยะสั้น หรือเป็นสัญญาณเตือนว่าความคาดหวังต่ออุตสาหกรรม AI อาจสูงเกินปัจจัยพื้นฐาน
ผ.ผึ้งทำรัง
สำนักข่าววิหคนิวส์
รายงาน
อ้างอิง: Facebook – Suthichai Yoon (6 พฤศจิกายน 2569)
#แดงทั้งแผ่นดิน #หุ้นเอเชีย #ตลาดหุ้นโลก #หุ้นจีน #หุ้นเกาหลี #หุ้นญี่ปุ่น #หุ้นAI #ฟองสบู่AI #หุ้นเทคโนโลยี #เศรษฐกิจโลก #ตลาดหุ้นไทย #วิหคนิวส์
