เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 07.58 น. นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นเตือนรัฐบาลไทยและประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังต่อความเคลื่อนไหวของแรงงานชาวเมียนมาในประเทศไทย โดยย้ำว่าไทยต้องไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งทางการเมืองและการสู้รบภายในประเทศเพื่อนบ้าน
นายนันทิวัฒน์เปิดประเด็นด้วยข้อความว่า
“อย่าหลวมตัว”
พร้อมระบุว่า แรงงานเมียนมาในประเทศไทยจะดำเนินกิจกรรมหรือเคลื่อนไหวในเรื่องใด คนไทยและรัฐบาลไทยต้องมีจุดยืนที่หนักแน่น ไม่ควรคล้อยตามกระแสหรือข้อเรียกร้องต่าง ๆ โดยขาดการพิจารณาผลกระทบต่อประเทศ
เตือนอย่าเข้าไปเป็นคู่ขัดแย้งในสงครามเมียนมา
นายนันทิวัฒน์กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับรัฐบาลเมียนมา โดยระบุว่า แม้แต่ละฝ่ายอาจมีความคิดเห็นแตกต่างกันต่อรัฐบาลทหารเมียนมา แต่ประเทศไทยยังมีความสัมพันธ์และการรับรองทางการทูตกับรัฐบาลเมียนมาตามแนวทางของรัฐไทย
เขายังกล่าวถึงกระแสข่าวการติดต่อระหว่างสหรัฐอเมริกากับฝ่ายรัฐบาลเมียนมา โดยใช้ประเด็นดังกล่าวประกอบข้อเสนอว่า ประเทศไทยควรดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างรอบคอบ ไม่ควรตัดสินใจตามกระแสความรู้สึกหรือแรงกดดันทางการเมือง
นายนันทิวัฒน์ย้ำว่า ความขัดแย้งภายในเมียนมาเป็นเรื่องที่ฝ่ายต่าง ๆ ในประเทศนั้นต้องจัดการกันเอง ประเทศไทยควรรักษาบทบาทของตนเอง ไม่เข้าไปเป็นคู่ขัดแย้งหรือแสดงท่าทีที่อาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเสียหาย
วิจารณ์ NUG และตั้งคำถามต่อการเคลื่อนไหวของแรงงาน
สำหรับรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติเมียนมา หรือ National Unity Government (NUG) นายนันทิวัฒน์แสดงความเห็นเชิงวิพากษ์วิจารณ์ โดยมองว่า NUG เป็นกลุ่มบุคคลที่ออกจากพื้นที่และไม่ได้ต่อสู้ในแนวหน้า พร้อมกล่าวถึงบทบาทขององค์กรพัฒนาเอกชนต่างชาติที่สนับสนุนฝ่ายดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงและไทใหญ่ที่ยังคงต่อสู้ในพื้นที่ของตนเอง แม้จะมีข้อจำกัดด้านกำลังพลและอาวุธ
อย่างไรก็ตาม ข้อความเกี่ยวกับสถานะและบทบาทของ NUG รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ เป็นมุมมองและการประเมินของนายนันทิวัฒน์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่สามารถใช้แทนภาพรวมของความขัดแย้งในเมียนมาทั้งหมดได้
ตั้งคำถาม หากแรงงานขึ้นกับ NUG ไทยจะบริหารจัดการอย่างไร
อีกประเด็นที่นายนันทิวัฒน์ให้ความสำคัญ คือข้อกังวลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของแรงงานเมียนมาในประเทศไทย ซึ่งมีรายงานว่ากลุ่มแรงงานได้ร่วมลงประชามติเพื่อสนับสนุนให้ NUG ออกเอกสารรับรองสิทธิ โดยมีเป้าหมายให้นำเอกสารไปใช้ประกอบการขออยู่อาศัยและทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้อง รวมถึงเตรียมส่งผลการลงมติไปยังองค์การสหประชาชาติ
นายนันทิวัฒน์ตั้งคำถามว่า หากประเทศไทยยอมให้แรงงานเมียนมาใช้เอกสารหรือสถานะที่ออกโดย NUG เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรับรองสิทธิ จะส่งผลต่อการบริหารจัดการแรงงานและความสัมพันธ์กับรัฐบาลเมียนมาอย่างไร โดยเฉพาะหากในอนาคตประเทศไทยต้องดำเนินการเกี่ยวกับการส่งกลับแรงงานตามกฎหมาย
เขายังแสดงความเห็นว่า ไม่ควรเหมารวมว่าแรงงานเมียนมาทั้งหมดเป็นผู้ที่ไม่มีปัญหา และรัฐไทยต้องให้ความสำคัญกับการคัดกรองและบริหารจัดการแรงงานตามกฎหมาย โดยไม่ปล่อยให้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศเพื่อนบ้านเข้ามากระทบความมั่นคงภายในประเทศ
ทั้งนี้ ข้อกังวลดังกล่าวเป็นความเห็นของนายนันทิวัฒน์ ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าแรงงานเมียนมาที่เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย และการเข้าร่วมแสดงความเห็นทางการเมืองไม่อาจใช้เป็นเหตุเหมารวมว่าแรงงานกลุ่มใดเป็นภัยต่อความมั่นคงได้โดยปราศจากพยานหลักฐาน
ย้ำไทยต้องมีจุดยืน ไม่รับภาระความขัดแย้งของประเทศอื่น
นายนันทิวัฒน์ทิ้งท้ายด้วยการเตือนรัฐบาลไทยให้รักษาจุดยืนด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเห็นว่าประเทศไทยควรยึดหลักการทูตและความมั่นคงของชาติ ไม่เข้าไปสนับสนุนฝ่ายใดในความขัดแย้งภายในเมียนมาจนทำให้ไทยกลายเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง
พร้อมปิดท้ายข้อความด้วยสำนวนว่า
“อย่าหลวมตัว ไปเอาเมี่ยงของคนอื่นมาอม”
การแสดงความเห็นครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับสถานะของแรงงานเมียนมาในประเทศไทย บทบาทของ NUG และความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัฐบาลเมียนมา ซึ่งมีทั้งมิติด้านความมั่นคง การทูต เศรษฐกิจ และสิทธิมนุษยชน
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือท่าทีของรัฐบาลไทยต่อข้อเรียกร้องของกลุ่มแรงงานเมียนมา หลักเกณฑ์การรับรองเอกสารและสถานะบุคคล ตลอดจนการรักษาสมดุลระหว่างการบริหารจัดการแรงงาน การคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย และการไม่เข้าไปเป็นคู่ขัดแย้งในสถานการณ์ภายในประเทศเพื่อนบ้าน
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ไทยโพสต์ รายงานวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 07.58 น. และข้อความเฟซบุ๊ก Nantiwat Samart
#นันทิวัฒน์สามารถ #แรงงานเมียนมา #แรงงานพม่า #NUG #รัฐบาลเมียนมา #ความมั่นคงแห่งชาติ #การต่างประเทศ #ชายแดนไทยเมียนมา #สำนักข่าววิหคนิวส์
