จำนวนผู้ชม

ข่าวประจำวัน » เศรษฐกิจ » ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติเปิดตัวเลขช็อก! เศรษฐกิจนอกระบบไทย 48% ของ GDP เงินเทาสูงถึง 13%

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติเปิดตัวเลขช็อก! เศรษฐกิจนอกระบบไทย 48% ของ GDP เงินเทาสูงถึง 13%

7 November 2026
36   0

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.50–10.15 น. นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “The Future of Thai Finance: Trust, Transparency & Growth” บนเวที THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน โดยสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย พร้อมเปิดเผยประมาณการขนาดเศรษฐกิจนอกระบบของประเทศ ซึ่งอาจมีขนาดใหญ่ถึง 48% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และในจำนวนนี้เป็นเศรษฐกิจสีเทาประมาณ 13% ของ GDP

นายวิทัยระบุว่า สาเหตุที่เศรษฐกิจไทยมีอัตราการเติบโตลดลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เกิดจากปัจจัยด้านการเงินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้านที่สะสมมาเป็นเวลานาน ทั้งการคอร์รัปชัน เงินเทา ขีดความสามารถในการแข่งขัน ระบบการศึกษา สังคมสูงวัย หนี้ครัวเรือน ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และปัญหาอุทกภัย

ผู้ว่าการ ธปท. เน้นว่า หากประเทศไทยต้องการกลับมาเติบโตอย่างมีศักยภาพ จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่พึ่งพาการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพียงเครื่องมือเดียว

คอร์รัปชันไทยน่ากังวล คะแนน CPI ลดลงเหลือ 33

นายวิทัยกล่าวถึงสถานการณ์คอร์รัปชันในประเทศไทย โดยอ้างอิงดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ Corruption Perceptions Index (CPI) ขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ซึ่งประเทศไทยได้คะแนน 33 คะแนนจาก 100 คะแนน ในปี 2025 และอยู่ในอันดับที่ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก

เมื่อเทียบกับปี 2012 ซึ่งประเทศไทยเคยได้ 37 คะแนน สะท้อนแนวโน้มคะแนนที่ลดลงในระยะยาว

สำหรับอันดับในภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 8 จาก 11 ประเทศตามการจัดกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ โดยมีคะแนนต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค

ทั้งนี้ CPI เป็นดัชนีที่สะท้อนระดับการรับรู้เกี่ยวกับการทุจริตในภาครัฐ ไม่ใช่การนับจำนวนคดีทุจริตที่เกิดขึ้นจริงโดยตรง แต่เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินภาพลักษณ์ด้านความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของประเทศ

เงินเทา เงินสแกม และคอร์รัปชัน ต้องผ่านระบบการเงิน

นายวิทัยอธิบายว่า เงินที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต เงินจากเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ หรือเงินที่มีแหล่งที่มาไม่ชัดเจน มักต้องอาศัยระบบสถาบันการเงินเป็นช่องทางในการเคลื่อนย้าย แปลงสภาพ หรือถอนออกมาใช้

ธปท. จึงให้ความสำคัญกับการปิดช่องโหว่ของระบบการเงิน โดยเฉพาะธุรกรรมเงินสดมูลค่าสูงที่อาจทำให้การติดตามเส้นทางเงินทำได้ยากขึ้น

นายวิทัยกล่าวถึงแนวคิดสำคัญว่า

“ถ้าคอร์รัปชันไม่สามารถเบิกเงินสดออกไปได้ ถ้าเงินเข้าบัญชี แล้วถอนยาก คอร์รัปชันก็จะยากขึ้น”

มาตรการที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย

  1. การกำกับธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป สถาบันการเงินต้องตรวจสอบตัวตน แหล่งที่มาของเงิน และวัตถุประสงค์การใช้เงิน รวมถึงขอเอกสารประกอบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
  2. การตรวจสอบธุรกรรมเงินสดหลายประเภท ครอบคลุมการฝากและถอนเงินสด ตลอดจนธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเช็คหรือดราฟต์ การแลกเปลี่ยนเงินตรา และธุรกรรมทางการเงินอื่นตามเงื่อนไขของ ธปท.
  3. การติดตามธุรกรรมทองคำแท่ง โดยเฉพาะการซื้อขายและการถอนทองคำจริง (Physical Gold) ซึ่งมีการกำหนดให้รายงานข้อมูลธุรกรรมถอนทองคำแท่งปริมาณมากตั้งแต่ 2 กิโลกรัมต่อวัน เพื่อเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบเส้นทางธุรกรรม

มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายลดความเสี่ยงที่สถาบันการเงินจะถูกใช้เป็นช่องทางในการปกปิดหรือเคลื่อนย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ไม่ได้หมายความว่าประชาชนทั่วไปจะไม่สามารถถอนเงินจำนวนดังกล่าวได้ แต่ต้องแสดงข้อมูลและวัตถุประสงค์ตามเงื่อนไขที่กำหนด

เปิดตัวเลขเศรษฐกิจนอกระบบไทย 48% ของ GDP

ประเด็นสำคัญอีกส่วนหนึ่งของปาฐกถาคือการประเมินขนาดเศรษฐกิจนอกระบบของประเทศไทย

นายวิทัยเปิดเผยว่า จากการศึกษาข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจจาก 3 หน่วยงาน มีการประเมินว่าเศรษฐกิจนอกระบบของไทยมีขนาดใหญ่ประมาณ 48% ของ GDP โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่

  • ประมาณ 35% ของ GDP เป็นกิจกรรมเศรษฐกิจนอกระบบที่ยังมีบทบาทอยู่ในระบบเศรษฐกิจ เช่น การค้าขายของพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดหรือธุรกิจที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบการจดทะเบียนและภาษีอย่างครบถ้วน
  • ประมาณ 13% ของ GDP เป็นส่วนที่ถูกประเมินว่าเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีเทาหรือกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์

ตัวเลขดังกล่าวเป็นประมาณการที่ผู้ว่าการ ธปท. นำเสนอจากการศึกษาข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ตัวเลขบัญชีประชาชาติที่ยืนยันได้โดยตรงว่าเงินทั้งหมดมีลักษณะผิดกฎหมาย

นายวิทัยยังกล่าวถึงข้อมูลที่มีการอ้างอิงจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เกี่ยวกับขนาดของกิจกรรมทางการเงินผิดกฎหมายในระดับโลก ซึ่งต้องพิจารณานิยามและวิธีการคำนวณให้ตรงกันก่อนนำมาเปรียบเทียบกับตัวเลขของประเทศไทย

เศรษฐกิจนอกระบบไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมายทั้งหมด

นายวิทัยชี้ให้เห็นว่า การมีเศรษฐกิจนอกระบบไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมทั้งหมดเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เพราะยังมีผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจจำนวนมากที่ดำเนินกิจการตามปกติ แต่ไม่ได้เข้าสู่ระบบจดทะเบียนหรือระบบภาษีอย่างเต็มรูปแบบ

ตัวอย่างเช่น พ่อค้าแม่ค้าตามตลาดที่ประกอบอาชีพสุจริต แต่ยังไม่มีระบบบัญชีหรือเอกสารทางการเงินที่ครบถ้วน ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ว่าการ ธปท. มองว่า หากสามารถดึงธุรกิจนอกระบบที่มีศักยภาพเหล่านี้เข้าสู่ระบบการเงินได้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนที่มีต้นทุนต่ำลง ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และเพิ่มโอกาสในการขยายกิจการ

ผลที่ตามมาคือการเพิ่มผลิตภาพของภาคธุรกิจ ทำให้การจัดสรรเงินทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยสนับสนุนการเติบโตของ GDP ในระยะยาว

ทางรอดเศรษฐกิจไทย ต้องอุดรูรั่วเงินทุจริตและจัดสรรทุนให้มีประสิทธิภาพ

นายวิทัยสรุปว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปไม่สามารถพึ่งพาการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญกับการจัดสรรทรัพยากรทุนให้ไปถึงภาคธุรกิจที่สามารถสร้างผลิตภาพและมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศได้จริง

หัวใจสำคัญประกอบด้วยการลดการรั่วไหลของเงินจากการทุจริตและกิจกรรมสีเทา การยกระดับความโปร่งใสของระบบการเงิน ตลอดจนการนำธุรกิจนอกระบบที่มีศักยภาพเข้าสู่ระบบสินเชื่ออย่างเหมาะสม

ปาฐกถาครั้งนี้จึงสะท้อนมุมมองของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยว่า ปัญหาเศรษฐกิจไทยไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนทางการเงินเท่านั้น แต่อยู่ที่โครงสร้างเศรษฐกิจและประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรด้วย

การแก้ปัญหาคอร์รัปชันและเงินเทา ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ธุรกิจสุจริตเข้าถึงแหล่งทุน จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น ความโปร่งใส และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง:

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย ข่าวและกิจกรรม วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569
  • THE STANDARD รายงานปาฐกถา วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 15.42 น.
  • Transparency International: Corruption Perceptions Index 2025 เผยแพร่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย หลักเกณฑ์ธุรกรรมเงินสด มีผลวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569

#วิทัยรัตนากร #ธนาคารแห่งประเทศไทย #แบงก์ชาติ #เงินเทา #คอร์รัปชัน #เศรษฐกิจไทย #GDP #CPI #THESTANDARDECONOMICFORUM2026 #สำนักข่าววิหคนิวส์