คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันหลายประเภท โดยน้ำมันดีเซล B7 ลดลง 75 สตางค์ต่อลิตร ขณะที่กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ลดลง 1 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาดีเซล B7 อยู่ที่ 41.79 บาทต่อลิตร และน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 49.33 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซล B20 ยังคงราคาเดิม มีผลตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569
การปรับลดครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ประชาชนกำลังจับตาปัญหาราคาพลังงานและค่าครองชีพอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมและขบวนคาราวานกำนันมะโนได้เคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลลดราคาน้ำมัน โดยมีเป้าหมายเดินทางไปยื่นข้อเรียกร้องที่ทำเนียบรัฐบาล
เปิดราคาน้ำมันใหม่ มีผล 6 พฤศจิกายน
จากมติของ กบน. และการประกาศราคาขายปลีกของผู้ค้าน้ำมัน ราคาน้ำมันกลุ่มหลักในสถานีบริการ ปตท. มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้
- เบนซิน 95 ลด 1 บาท เหลือ 49.33 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ 95 ลด 1 บาท เหลือ 39.84 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ 91 ลด 1 บาท เหลือ 39.47 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ E20 ลด 1 บาท เหลือ 31.80 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล์ E85 ราคาขายปลีก 30.63 บาทต่อลิตร
- ดีเซล B7 ลด 75 สตางค์ เหลือ 41.79 บาทต่อลิตร
- ดีเซล B20 คงเดิมที่ 33.50 บาทต่อลิตร
ราคาดังกล่าวเป็นราคาขายปลีกอ้างอิงในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น โดยราคาจริงในแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกัน
การปรับราคาของผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่มีผลตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป
กบน.ชี้ราคาตลาดโลกอ่อนตัว ตะวันออกกลางคลี่คลาย
สำหรับเหตุผลในการปรับลดราคา กบน.ระบุว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีทิศทางอ่อนตัวลง โดยมีปัจจัยสำคัญจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่เริ่มผ่อนคลาย ความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันลดลง รวมถึงปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียที่ปรับตัวสูงขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันยังได้รับแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน หลังรับรู้ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวและส่งผลต่อความต้องการใช้น้ำมันดิบ
ข้อมูลราคาตลาดโลกที่รายงานเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ระบุว่า ราคาน้ำมันดีเซลปิดตลาดอยู่ที่ประมาณ 155 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากประมาณ 166 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในวันก่อนหน้า ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินอยู่ที่ประมาณ 105 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากประมาณ 112 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมัน ลดภาระชดเชยดีเซล
ในส่วนของกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กบน.มีมติปรับลดอัตราเงินชดเชยสำหรับน้ำมันดีเซล B7 ลง 0.96 บาทต่อลิตร เหลืออัตราชดเชย 2.37 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 75 สตางค์ต่อลิตร เหลือ 41.79 บาท
ส่วนดีเซล B20 ปรับลดการชดเชยลง 1.45 บาทต่อลิตร เหลืออัตราชดเชย 3.91 บาทต่อลิตร แต่ราคาขายปลีกยังคงเดิมที่ 33.50 บาทต่อลิตร
สำหรับกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ มีการปรับอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนแตกต่างกันตามประเภทเชื้อเพลิง ส่งผลให้ราคาขายปลีกปรับลดลงตามมติที่ประกาศ
กบน.ระบุว่า การบริหารอัตราเงินกองทุนในครั้งนี้นอกจากช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชนแล้ว ยังช่วยลดภาระการชดเชยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายจ่ายชดเชยสูงถึงประมาณวันละ 69 ล้านบาท
เกิดขึ้นในช่วงประชาชนเรียกร้องให้ลดราคาน้ำมัน
การประกาศลดราคาน้ำมันครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาชนและขบวนคาราวานกำนันมะโน ซึ่งประกาศเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลลดราคาน้ำมันลงทันทีลิตรละ 10 บาท พร้อมเสนอให้เร่งแก้ไขปัญหายาเสพติด
ก่อนหน้านี้ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศรวมตัวและเตรียมเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล ขณะที่มีบุคคลในแวดวงการเมืองท้องถิ่นและนักเคลื่อนไหวบางส่วนออกมาแสดงการสนับสนุน
อย่างไรก็ตาม กบน.ชี้แจงเหตุผลการปรับลดราคาครั้งนี้ว่าเป็นผลจากทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลกและการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จึงยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าการปรับลดราคาครั้งนี้เกิดจากข้อเรียกร้องหรือแรงกดดันของกลุ่มผู้ชุมนุมโดยตรง
จับตาราคาน้ำมันและท่าทีรัฐบาลต่อไป
การลดราคาน้ำมันครั้งนี้ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนและผู้ประกอบอาชีพที่ต้องพึ่งพาน้ำมันในการเดินทางและขนส่งสินค้า แต่ยังต้องติดตามว่าราคาตลาดโลกจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด รวมถึงสถานะทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน ข้อเรียกร้องให้ลดราคาน้ำมันลิตรละ 10 บาทของกลุ่มกำนันมะโนยังเป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตามว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเพิ่มเติมหรือแนวทางตอบสนองอย่างไร
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Thai PBS, คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.), สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และข่าวการประกาศราคาขายปลีกของ OR วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569
#วิหคนิวส์ #ราคาน้ำมัน #ลดราคาน้ำมัน #กบน #ดีเซลB7 #เบนซิน #แก๊สโซฮอล์ #กองทุนน้ำมัน #ค่าครองชีพ #กำนันมะโน #ทำเนียบรัฐบาล #เศรษฐกิจไทย
