เกิดความคืบหน้าครั้งสำคัญในคดีที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิองค์กรทำดี หลังศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับ นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง พร้อมนายอธิป อนันทวรรณ หรือ “ก๊อต อธิป” สามี ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.)
สำนักข่าวอิศรารายงานเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ว่า ศาลอาญาอนุมัติหมายจับบุคคลทั้งสอง หลังตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิองค์กรทำดี ก่อนยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุมัติหมายจับ
ศาลอนุมัติหมายจับเมื่อเวลา 14.30 น.
รายงานข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลาประมาณ 14.30 น. ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับนางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี และนายอธิป อนันทวรรณ ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน บก.ปอศ.
ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิองค์กรทำดี รวมถึงทรัพย์สินของบุคคลใกล้ชิด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานประกอบการดำเนินคดี
การออกหมายจับครั้งนี้เป็นขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการสอบสวนคดีอาญา โดยผู้ถูกออกหมายจับยังมีสิทธิต่อสู้คดีและพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรม
“บุ๋ม ปนัดดา” ยืนยันพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ภายหลังมีรายงานการออกหมายจับ นางสาวปนัดดาได้ให้สัมภาษณ์ร่วมกับนายเอกสิทธิ์ ศรีสังข์ หรือทนายเพชร โดยระบุว่า หากมีการออกหมายจับจริงก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และยืนยันว่าจะใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์
เจ้าตัวยังกล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับครอบครัวและลูก ๆ โดยระบุว่าขณะนี้ได้ฝากลูกไว้กับคุณยาย และเป็นห่วงทั้งลูกเล็กและคุณแม่ซึ่งมีอายุมากแล้ว พร้อมยืนยันว่าจะเผชิญหน้ากับกระบวนการตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังระบุว่า หากไม่ได้รับการอนุญาตให้ประกันตัว ก็พร้อมยอมรับกระบวนการและผลที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย
กล่าวขอโทษกรรมการมูลนิธิและผู้ที่เคยให้ความไว้วางใจ
ช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ บุ๋ม ปนัดดา กล่าวขอโทษต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกรรมการมูลนิธิและประชาชนที่เคยให้ความไว้วางใจ พร้อมกล่าวว่า
“คงไม่มีคำอื่น นอกจากคำว่าขอโทษ ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง ขอโทษที่ทำให้รู้สึกอะไรที่แย่ ๆ หลายอย่าง ขอโทษคณะกรรมการมูลนิธิด้วย ขอโทษคนที่รักและเชื่อมั่น อะไรที่ผิด บุ๋มก็ว่าไปตามผิด เท่านั้นเอง”
คำกล่าวดังกล่าวเป็นการแสดงความรู้สึกของเจ้าตัวภายหลังเกิดความคืบหน้าในคดี ขณะที่ข้อเท็จจริงและความรับผิดทางกฎหมายยังต้องพิจารณาตามพยานหลักฐานและกระบวนการในชั้นศาล
ตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน
ก่อนหน้านี้ บก.ปอศ. ได้เข้าตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินและบัญชีทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิองค์กรทำดี รวมถึงบัญชีของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อสืบหาที่มาของเงินและตรวจสอบการใช้จ่ายว่าดำเนินการตรงตามวัตถุประสงค์ของการรับบริจาคหรือไม่
ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ระบุว่าการดำเนินการในคดีที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิและการรับบริจาคต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานและเส้นทางการเงิน หากพบผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมาย
ส่วนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีความเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทรัพย์สินตามอำนาจหน้าที่ โดยประเด็นการยึดหรืออายัดทรัพย์สินและการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายต้องดำเนินการตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
จับตาขั้นตอนต่อไปของคดี
ภายหลังศาลอาญาอนุมัติหมายจับ สิ่งที่ต้องติดตามคือการดำเนินการของตำรวจในการนำตัวบุคคลทั้งสองเข้าสู่กระบวนการสอบสวน การแจ้งข้อกล่าวหา การยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว และการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีในขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ การออกหมายจับเป็นเพียงขั้นตอนตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่คำพิพากษาว่าบุคคลที่ถูกออกหมายจับมีความผิดแล้ว ผู้ถูกกล่าวหายังคงได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: สำนักข่าวอิศรา, มติชน, Thai PBS วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569
#วิหคนิวส์ #บุ๋มปนัดดา #ก๊อตอธิป #มูลนิธิองค์กรทำดี #หมายจับ #ศาลอาญา #ปอศ #ตรวจสอบเงินบริจาค #คดีเงินบริจาค #ข่าวอาชญากรรม
