จำนวนผู้ชม

เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » “อนุทิน”แบไต๋ !! หลุดปาก “ไม่มี อสม.ไม่มีนายกฯ”ชัดใช้ อสม.เป็นหัวคะแนน

“อนุทิน”แบไต๋ !! หลุดปาก “ไม่มี อสม.ไม่มีนายกฯ”ชัดใช้ อสม.เป็นหัวคะแนน

2 November 2026
47   0

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11.40 น. ที่โรงพยาบาลหนองคาย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์โรคหัวใจ “เมตตา สุคโต” พร้อมเป็นประธานพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน ตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติพรานพร้าว–แก้งไก่

มีรัฐมนตรีและผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วม อาทิ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคายและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

บรรยากาศต้อนรับเป็นไปอย่างคึกคัก โดยกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. มารอต้อนรับ พร้อมร้องเพลงมาร์ช อสม. สร้างสีสันภายในงาน

แซวข้าราชการกลางเวที ลั่นใครไม่มาอาจเป็นอดีต

ช่วงหนึ่ง นายกรัฐมนตรีได้แนะนำคณะผู้บริหารและอธิบดีกรมต่าง ๆ ที่เดินทางมาร่วมงาน พร้อมสอบถามถึงอธิบดีบางหน่วยงาน ก่อนกล่าวแซวว่า “ใครไม่มา อาจจะเป็นอดีตได้” เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ร่วมงาน

นายอนุทินยังกล่าวถึงการเดินทางกลับจากประเทศภูฏานเมื่อวันก่อน โดยระบุว่าตั้งใจเดินทางมาพบประชาชนชาวหนองคายในช่วงเช้าวันนี้ พร้อมแนะนำตัวเองกับกลุ่ม อสม. ว่าเป็น “อสม. อ.เมือง ต.อิสาณ จ.บุรีรัมย์” และย้ำว่าเป็นพวกเดียวกัน เรียกเสียงเฮจากประชาชนที่มาร่วมงาน

เปิดศูนย์หัวใจใกล้บ้าน ลดการเดินทางไปรักษาต่างจังหวัด

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเปิดศูนย์โรคหัวใจ “เมตตา สุคโต” เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชนชาวหนองคายและจังหวัดใกล้เคียง เพราะผู้ป่วยโรคหัวใจจะสามารถเข้ารับบริการในโรงพยาบาลหนองคายได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปรักษาที่จังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น หรือนครพนม

นายอนุทินระบุว่า โรคหัวใจเป็นโรคที่ทุกวินาทีมีความสำคัญ การมีศูนย์ผ่าตัดหัวใจในพื้นที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที พร้อมขอบคุณหลวงปู่ทุย ฉนฺทกโร เจ้าอาวาสวัดป่าดานวิเวก จังหวัดบึงกาฬ ที่มีเมตตาสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่

นายกรัฐมนตรียังฝากกระทรวงสาธารณสุขให้ต่อยอด พัฒนา และขยายศักยภาพศูนย์หัวใจแห่งนี้ ทั้งด้านความสะดวกและความทันสมัย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ย้ำหนักแน่น “ไม่มี อสม. ก็เป็นนายกฯ ไม่ได้”

อีกช่วงสำคัญ นายอนุทินกล่าวถึงบทบาทของ อสม. โดยระบุว่า ผู้ที่ทำงานอาสาสมัครต้องมีจิตใจเสียสละเป็นพื้นฐาน พร้อมกล่าวถึงข้อเสนอเรื่องค่าตอบแทนที่เคยเสนอไว้ 2,000 บาท ก่อนที่ อสม. จะเรียกร้องเพิ่มเป็น 3,000 บาท และมีเสียงเสนอ 5,000 บาทภายในงาน

นายอนุทินยืนยันว่า หากมีโอกาสและช่องทางที่จะทำประโยชน์ให้กับ อสม. จะไม่ลืมผู้ทำงานอาสาสมัครอย่างแน่นอน พร้อมกล่าวว่า

“ไม่มี อสม. ก็เป็นนายกฯ ไม่ได้หรอก”

โดยย้ำว่า อสม. เป็นกำลังสำคัญที่ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือระบบสาธารณสุขมาโดยตลอด รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลสุขภาพประชาชน ขณะเดียวกันประชาชนก็ควรดูแลสุขภาพของตนเอง ออกกำลังกาย และสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง

ดันเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ ชู B20 ลดต้นทุนพลังงาน

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและภาคอีสานตอนกลางว่า รัฐบาลต้องการให้รัฐมนตรีและหน่วยงานต่าง ๆ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและหาแนวทางพัฒนาจังหวัด โดยหนึ่งในวาระสำคัญคือการยกระดับภาคเกษตรกรรมให้เป็นวาระแห่งชาติ

นายอนุทินระบุว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านความมั่นคงทางอาหาร จึงต้องพัฒนาสินค้าเกษตรสำคัญ ทั้งข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย และสินค้าเกษตรอื่น ๆ ให้มีคุณภาพและราคาที่ดีขึ้น รองรับความต้องการของตลาดโลก

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B20 เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานให้กับภาคเกษตรกรรมและภาคขนส่ง โดยระบุว่าหลังรัฐบาลประกาศลดภาษีสรรพสามิต ราคาน้ำมัน B20 ลดลงเมื่อเทียบกับ B7 เกือบ 10 บาทต่อลิตร และปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นจากวันละ 6 ล้านลิตร เป็น 9 ล้านลิตร

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้กระทรวงพลังงานเพิ่มการผลิตและกระจาย B20 ให้ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น เพื่อช่วยลดต้นทุนการใช้พลังงานและลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ

ก่อนเดินทางกลับ นายอนุทินได้ร่วมร้องเพลงมาร์ช อสม. กับกลุ่ม อสม. พร้อมปรบมือร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: ข้อมูลข่าวและคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีจากรายงานภารกิจจังหวัดหนองคาย วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569

#อนุทิน #อสม #ไม่มีอสมไม่มีนายก #ศูนย์หัวใจเมตตาสุคโต #โรงพยาบาลหนองคาย #B20 #เกษตรวาระแห่งชาติ #การเมืองไทย #วิหคนิวส์