30 ตุลาคม 2569
จากเจ้าชายน้อยในวันวาน สู่เจ้าฟ้าหนุ่มพระชนมายุ 21 พรรษา ภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ ในช่วงเวลาต่าง ๆ สะท้อนถึงการเจริญพระชันษา พร้อมพระจริยวัตรที่สง่างาม และพระอัธยาศัยเป็นกันเอง โดยเฉพาะรอยแย้มพระสรวลที่สร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น
ย้อนพระราชประวัติ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ประสูติเมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2548 เวลา 18.35 น. ณ โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพมหานคร เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตลอดระยะเวลากว่า 21 ปี จากพระฉายาลักษณ์ในวัยเยาว์สู่การปรากฏพระองค์ในโอกาสต่าง ๆ แสดงให้เห็นพัฒนาการตามช่วงพระชันษา ทั้งพระอิริยาบถในงานพระราชพิธีที่ทรงวางพระองค์อย่างเหมาะสม และช่วงเวลาที่ทรงแย้มพระสรวล มีพระปฏิสันถารกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง
ย้อนกลับไปในวัยเยาว์ พระองค์ทรงศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดา และทรงร่วมกิจกรรมของโรงเรียน ทั้งกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการแสดง นอกจากนี้ยังทรงสนพระทัยด้านการบิน รวมถึงการร่วมกิจกรรมจิตอาสาและบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม
อีกเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 หลังมีการเผยแพร่คลิปการเสด็จเป็นการส่วนพระองค์บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเพลินจิต กรุงเทพมหานคร โดยทรงมีพระปฏิสันถารกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลาย
ล่าสุด วันที่ 29 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. จังหวัดอุบลราชธานีจัดประชุมเตรียมความพร้อมรับเสด็จ ณ ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี สำหรับกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 8–10 พฤศจิกายน 2569
เรื่องราวจากวัยเยาว์จนถึงปัจจุบัน จึงเป็นภาพสะท้อนการเจริญพระชันษาของเจ้าฟ้าทีปังกรฯ ทั้งในโอกาสที่เป็นทางการและช่วงเวลาเรียบง่ายที่ทรงพบปะประชาชน
ความสง่างามและความเป็นกันเองสามารถปรากฏควบคู่กันได้ ผ่านการวางพระองค์ให้เหมาะสมกับกาลเทศะ และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนอย่างสุภาพ
นายอินทร์
สำนักข่าว วิหคนิวส์ รายงาน
อ้างอิง :
กรมประชาสัมพันธ์ – พระราชประวัติเจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ
ผู้จัดการออนไลน์
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี – ข่าวเตรียมความพร้อมรับเสด็จ วันที่ 29 ตุลาคม 2569
#เจ้าฟ้าทีปังกร #เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ #พระราชประวัติ #พระจริยวัตร #พระราชวงศ์ไทย #ข่าวพระราชสำนัก #สำนักข่าววิหคนิวส์ #VihokNews
