30 ตุลาคม 2569
เปิดมหากาพย์การต่อสู้ปฏิรูปพลังงานไทย หลังนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงนามคำสั่งครั้งสำคัญ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ณ กระทรวงพลังงาน ยกเลิกต้นทุนสมมุติ 3 รายการที่แฝงอยู่ในสูตรราคาน้ำมันมานานถึง 22 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
มาตรการดังกล่าวยกเลิกค่าขนส่งทางเรือ ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียระหว่างขนส่งน้ำมันตามเส้นทางสมมุติจากสิงคโปร์ พร้อมปรับลดค่าสำรองน้ำมันให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง
กระทรวงพลังงานประเมินว่า จะช่วยลดต้นทุนราคา ณ โรงกลั่นได้ 0.0875–0.3548 บาทต่อลิตร หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 29.7 ล้านบาทต่อวัน รวม 10,839 ล้านบาทต่อปี
ล่าสุด พลเอก ดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ เลขาธิการภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ ได้เขียนบทความพิเศษยกย่องการตัดสินใจของนายเอกนัฏ พร้อมเปิดเบื้องหลังการต่อสู้ของเครือข่ายภาคประชาชนที่ผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานไทยมาอย่างยาวนาน
พลเอก ดร.กิตติศักดิ์ ระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ควรเป็นผลงานของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ต้องยกเครดิตให้ประชาชนและกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านพลังงานที่ร่วมกันตรวจสอบโครงสร้างราคาน้ำมันมาโดยตลอด
บุคคลสำคัญที่ได้รับการกล่าวถึง ได้แก่ หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี หรือหม่อมกร ผู้ศึกษาข้อมูลต้นทุนและโครงสร้างราคาพลังงาน รสนา โตสิตระกูล ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นาวาเอก วินัย เสวกวิจารณ์ ตลอดจนเครือข่ายภาคประชาชนอีกหลายกลุ่ม
ย้อนกลับไปในช่วงการต่อสู้ที่ผ่านมา เครือข่ายเหล่านี้ร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยบทความระบุถึงการใช้พื้นที่อาคาร TST Tower ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่ประชุมวางแนวทางการขับเคลื่อน
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อปี 2560 ระหว่างการพิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติปิโตรเลียม ในยุครัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีข้อเสนอสำคัญเรื่องการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ หรือ NOC เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียมให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ
นอกจากนี้ ภาคประชาชนยังผลักดันให้รัฐมีบทบาทมากขึ้นในการบริหารแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณและบงกช ซึ่งเป็นทรัพยากรพลังงานสำคัญในอ่าวไทย
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติผ่านร่างแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียม โดยตัดบทบัญญัติเรื่องการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติออก และบันทึกประเด็นดังกล่าวไว้เป็นข้อสังเกตเพื่อให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป
กระทั่งวันที่ 28 ตุลาคม 2569 นายเอกนัฏลงนามปรับสูตรคำนวณราคาน้ำมัน นับเป็นความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สอดคล้องกับข้อเรียกร้องเรื่องความเป็นธรรมด้านต้นทุนพลังงานที่ภาคประชาชนเคยผลักดัน
ขณะที่วันที่ 29 ตุลาคม 2569 เวลา 05.00 น. ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B7 ของ ปตท. ปรับลดลง 1 บาทต่อลิตร เหลือ 42.54 บาท ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ลดลง 50 สตางค์ต่อลิตร
ด้านรสนา โตสิตระกูล แม้แสดงความชื่นชมการยกเลิกต้นทุนสมมุติ แต่ยังเสนอให้ตรวจสอบต้นทุนรายการอื่นที่เหลืออยู่ในสูตรราคา เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากขึ้น
พลเอก ดร.กิตติศักดิ์ ย้ำในบทความว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนพลังการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมขอบคุณผู้ที่ร่วมต่อสู้ด้านพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง และยกย่องนายเอกนัฏที่ตัดสินใจดำเนินมาตรการดังกล่าว
พร้อมกันนี้ยังเชิญชวนผู้ที่เคยมีส่วนร่วมในการต่อสู้ปฏิรูปพลังงาน ส่งข้อมูลและประวัติการเคลื่อนไหวเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมเป็นบันทึกประวัติศาสตร์พลังงานไทยสำหรับคนรุ่นหลัง
การปรับโครงสร้างราคาน้ำมันครั้งนี้จึงเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของนโยบายพลังงานไทย ขณะที่ผลประหยัด 10,839 ล้านบาทต่อปียังคงเป็นตัวเลขประมาณการ ซึ่งต้องติดตามผลที่เกิดขึ้นจริงในระยะต่อไป
นายอินทร์
สำนักข่าว วิหคนิวส์ รายงาน
อ้างอิง :
- บทความพิเศษ พลเอก ดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ เรื่องชัยชนะของระบอบประชาธิปไตยและประชาชนคนไทย
- กระทรวงพลังงาน ข่าววันที่ 28 ตุลาคม 2569
- Thai PBS ข่าวปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน
- ThaiPublica รายงานการพิจารณาร่างกฎหมายปิโตรเลียม
- สภาองค์กรของผู้บริโภค ข่าวข้อเสนอของรสนา โตสิตระกูล
- สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ข้อมูลราคาน้ำมันวันที่ 29 ตุลาคม 2569
#เอกนัฏพร้อมพันธุ์ #ปลดล็อกต้นทุนทิพย์ #รื้อโครงสร้างน้ำมัน #ราคาน้ำมัน #น้ำมันลดราคา #ปฏิรูปพลังงาน #หม่อมกร #รสนาโตสิตระกูล #ปานเทพพัวพงษ์พันธ์ #กิตติศักดิ์รัฐประเสริฐ #ภาคประชาชน #กระทรวงพลังงาน #สำนักข่าววิหคนิวส์ #VihokNews
