22 ตุลาคม 2569
กลายเป็นประเด็นร้อนสะเทือนวงการเกษตรไทย เมื่อแม้แต่ต้นกะเพรา พืชสวนครัวที่คนไทยคุ้นเคยมานาน ก็กลายเป็นเรื่องของสิทธิในพันธุ์พืช หลังบริษัทเอกชนได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพราใหม่ถึง 4 สายพันธุ์ ขณะที่รัฐบาลออกมายืนยันเสียงแข็งว่า ประชาชนยังปลูกกินได้ตามปกติ!
ฟังแล้วก็น่าอุ่นใจเสียจริง! แต่คำยืนยันเพียงเท่านี้ จะสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรที่ทำมาหากินกับการปลูกพืชได้มากน้อยเพียงใด ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
เมื่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาชี้แจงกรณีบริษัทเอกชนจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพรา โดยระบุว่า กฎหมายเปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาพันธุ์พืชใหม่สามารถขอรับความคุ้มครองได้
พร้อมยืนยันว่า ประชาชนยังสามารถนำกะเพราที่ได้รับความคุ้มครองไปปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือนได้ตามปกติ แต่ไม่สามารถนำพันธุ์ดังกล่าวไปขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
ช่างเป็นคำยืนยันที่ฟังดูเรียบง่ายเหลือเกิน! แต่เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่การเด็ดใบกะเพราลงกระทะ เพราะยังมีสิทธิในการขยายพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ ต้นทุนการผลิต และอนาคตของเกษตรกรเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2567 บริษัท ซีพีแรม จำกัด ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพราใหม่ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ แก้วจุรี 01 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 และแก้วจุรี 02 แก้วจุรี 03 และแก้วจุรี 04 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567 โดยมีระยะเวลาคุ้มครอง 12 ปี ไปจนถึงปี 2579
ข้อมูลการพัฒนาพันธุ์ระบุว่า กะเพราทั้ง 4 สายพันธุ์มีพื้นฐานมาจากกะเพราพันธุ์พื้นเมืองรหัส CPR1 ผ่านกระบวนการปรับปรุงพันธุ์ โดยเริ่มดำเนินงานตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 และมีการทดลองปลูกเพื่อคัดเลือกลักษณะที่เหมาะสมสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบอาหาร
แม้การคุ้มครองดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเอกชนเป็นเจ้าของกะเพราทุกสายพันธุ์ในประเทศไทย แต่ก็ทำให้เกิดคำถามถึงขอบเขตสิทธิของผู้พัฒนาพันธุ์ และผลประโยชน์ที่เกษตรกรควรได้รับ
ก่อนหน้านี้ มูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย ได้เปิดเผยข้อกังวลเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืช โดยเฉพาะหากประเทศไทยเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991 ซึ่งอาจทำให้สิทธิในการเก็บเมล็ดพันธุ์ ปลูกต่อ หรือแบ่งปันพันธุ์พืชถูกจำกัดมากขึ้น ทั้งนี้ การเข้าร่วมอนุสัญญาดังกล่าวยังไม่ได้ข้อยุติ
ขณะที่พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 มาตรา 33 ยังคงมีข้อยกเว้นให้เกษตรกรเก็บส่วนขยายพันธุ์ที่ตนผลิตขึ้นไว้ปลูกต่อได้ตามเงื่อนไข รวมทั้งคุ้มครองการกระทำที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าวันนี้ประชาชนยังปลูกกะเพรากินได้หรือไม่ แต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องอธิบายให้ชัดว่า สิทธิของเกษตรกรจะได้รับการคุ้มครองอย่างไรในอนาคต
เพราะสำหรับเกษตรกร กะเพราไม่ได้เป็นเพียงผักโรยข้าว แต่เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว
รัฐบาลอาจยืนยันว่าไม่มีอะไรต้องกังวล แต่ความเชื่อมั่นไม่ได้เกิดขึ้นจากคำพูดเพียงอย่างเดียว ต้องมีหลักประกันที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และทำให้เกษตรกรมั่นใจว่าจะไม่เสียเปรียบในอนาคต
วันนี้ประชาชนยังผัดกะเพรากินได้ตามปกติแน่นอน!
แต่สิ่งที่ยังต้องติดตามคือ วันข้างหน้าเกษตรกรจะมีอิสระในการเก็บเมล็ดพันธุ์ ปลูกต่อ และพัฒนาพันธุ์พืชได้มากน้อยเพียงใด
เพราะคำว่า “ปลูกกินได้” อาจยังไม่เพียงพอสำหรับคนที่ต้อง “ปลูกขายเพื่อเลี้ยงชีพ”
นายอินทร์
สำนักข่าววิหคนิวส์ รายงาน
อ้างอิง
ไทยพีบีเอส
มติชน
#กะเพรา #สิทธิกะเพรา #สุริยะจึงรุ่งเรืองกิจ #ซีพีแรม #เกษตรกรไทย #พันธุ์พืชไทย #ไบโอไทย #สิทธิเกษตรกร #UPOV1991 #กระทรวงเกษตร #ข่าวการเมือง #ข่าวเกษตร #สำนักข่าววิหคนิวส์
