22 ตุลาคม 2559
การเมืองไทยมีเรื่องให้ประหลาดใจได้ทุกวัน!
ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องป้ายหาเสียง ไม่ใช่โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ผลงาน แต่เป็นภาพใบหน้าของ “สุชาติ ชมกลิ่น” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ดันไปปรากฏอยู่บนสติกเกอร์ท้ายรถบรรทุก จนเกิดข้อสงสัยสนั่นโลกออนไลน์ว่าเป็นเพียงการติดภาพบุคคลที่ชื่นชอบ หรือมีใครคิดใช้บารมีของนักการเมืองเป็นใบเบิกทาง!
เรียกได้ว่าเจ้าของรูปยังไม่ทันอนุญาต แต่ใบหน้ากลับออกเดินทางไปก่อนแล้ว!
นายสุชาติ ชมกลิ่น ต้องออกมาโพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก หลังภาพสติกเกอร์รูปหน้าและชื่อของตนบนรถบรรทุกถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวาง พร้อมข้อสงสัยเรื่องการใช้เป็น “ยันต์ปราบด่าน” ในการขนส่งขยะอุตสาหกรรม
เจ้าตัวยืนยันชัดเจนว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เคยอนุญาต และไม่เคยให้ความช่วยเหลือใครในการนำชื่อหรือภาพของตนไปติดบนรถบรรทุก
ฟังแล้วก็อดสะท้อนใจไม่ได้!
ประเทศไทยมีทั้งใบอนุญาตขนส่ง ป้ายทะเบียน และกฎหมายควบคุมรถบรรทุก แต่สุดท้ายกลับมีสติกเกอร์หน้าคนดังกลายเป็นประเด็นที่สังคมต้องตั้งข้อสงสัยกันอย่างจริงจัง
ที่น่าขันขื่นไปกว่านั้น เจ้าของใบหน้าบนสติกเกอร์ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นรัฐมนตรีที่กำลังประกาศเดินหน้าปราบปรามปัญหาขยะอุตสาหกรรมและมลพิษเสียเอง!
คนหนึ่งกำลังสั่งกวดขันรถบรรทุก
แต่อีกมุมหนึ่ง กลับมีภาพใบหน้าของคนสั่งกวดขันไปปรากฏบนรถบรรทุก!
จะเรียกว่าเรื่องบังเอิญทางการเมือง หรือความเข้าใจผิดจากคนติดสติกเกอร์ ก็คงต้องรอผลตรวจสอบกันต่อไป
แต่เรื่องนี้มีคำถามที่สังคมสมควรได้รับคำตอบ
ใครเป็นคนผลิตสติกเกอร์?
ใครนำไปติดรถ?
ติดไว้เพื่อแสดงความชื่นชอบ หรือมีใครนำชื่อรัฐมนตรีไปแอบอ้างเพื่อสร้างความเกรงใจ?
เพราะถ้าเป็นเพียงภาพตกแต่งธรรมดาก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่หากมีหลักฐานว่าถูกใช้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้นจริง ก็ย่อมกลายเป็นอีกเรื่องที่เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินคดี
ย้อนกลับไป ปัญหาเรื่องสติกเกอร์รถบรรทุกไม่ใช่เรื่องใหม่ของประเทศไทย
หลายปีที่ผ่านมา สังคมเคยตั้งคำถามเกี่ยวกับส่วยสติกเกอร์มาแล้วหลายครั้ง รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องสัญลักษณ์บางประเภทที่อาจถูกใช้เพื่อแสดงความเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพล
แต่กรณีล่าสุดแตกต่างออกไป เพราะเป็นภาพใบหน้าและชื่อรัฐมนตรีที่ประชาชนรู้จักกันอย่างชัดเจน
จึงไม่แปลกที่ภาพเดียวจะทำให้เกิดคำถามมากมาย
ในเมื่อประเทศไทยควรเป็นประเทศที่รถทุกคันอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่ใช่ประเทศที่ผู้คนต้องคอยเดาว่าสติกเกอร์รูปไหนมีความหมายพิเศษ!
ด้านนายสุชาติก็ประกาศชัดว่า สติกเกอร์หรือรูปภาพใด ๆ ไม่สามารถใช้เป็นยันต์ปราบด่านหรือเกราะกำบังการกระทำผิดกฎหมายได้
พร้อมประสานตำรวจ ตำรวจทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินคดีกับรถบรรทุกที่กระทำผิดโดยไม่มีข้อยกเว้น
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างประสานฝ่ายกฎหมาย เพื่อตรวจสอบผู้ที่นำชื่อและภาพของตนไปแอบอ้าง
ถ้อยแถลงดังกล่าวถือเป็นจุดยืนที่ชัดเจน แต่บทพิสูจน์สำคัญหลังจากนี้ย่อมอยู่ที่ผลการตรวจสอบ
เพราะการประกาศว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนการทำให้ประชาชนมั่นใจว่าไม่มีใครสามารถใช้ชื่อผู้มีอำนาจแอบอ้างเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายได้จริง เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นอาจไม่ใช่เพียงการสั่งเอาผิดคนติดรูป แต่รวมไปถึงการตรวจสอบว่าเหตุใดภาพบุคคลทางการเมืองจึงถูกนำไปเชื่อมโยงกับข้อสงสัยเรื่องการผ่านด่านได้ง่ายขนาดนี้
และหากมีใครแอบอ้างจริง ก็ต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงให้ชัดเจนว่าเกิดขึ้นอย่างไร ใครเกี่ยวข้อง และมีการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่
แต่เรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ คือภาพสติกเกอร์เพียงแผ่นเดียว ทำให้รัฐมนตรีต้องออกมาชี้แจงยาวเหยียดถึง 4 ประเด็น!
จากนี้คงต้องติดตามว่า เจ้าหน้าที่จะตามหาคนติดสติกเกอร์ได้หรือไม่ และเรื่องจะจบลงแค่การลอกสติกเกอร์ออก หรือมีข้อเท็จจริงอื่นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
เพราะสุดท้ายแล้ว รถบรรทุกจะติดรูปใครก็ได้ตามสิทธิและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าขับผิดกฎหมายก็ต้องถูกจับเหมือนกันทุกคัน!
สติกเกอร์อาจลอกออกได้ภายในไม่กี่นาที แต่ข้อสงสัยในสังคมจะหมดไปได้ ก็ต่อเมื่อมีคำตอบที่ตรวจสอบได้เท่านั้น!
นายอินทร์
สำนักข่าววิหคนิวส์ รายงาน
อ้างอิง:
ข่าวสด
มติชนออนไลน์
ไทยรัฐออนไลน์
#สุชาติชมกลิ่น #เสี่ยเฮ้ง #ยันต์ปราบด่าน #สติกเกอร์รถบรรทุก #การเมืองไทย #เสียดสีการเมือง #ขยะอุตสาหกรรม #ขยะพิษ #ปราบส่วย #ตรวจสอบอิทธิพล #ข่าวการเมือง #นายอินทร์ #สำนักข่าววิหคนิวส์
