เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » “ทนายตั้ม” แตกหัก !! ร้องตำรวจไซเบอร์ เอาผิด “กัน จอมพลัง” ปมคลิปเสียงชวนเล่นพนัน สอบฟอกเงิน

“ทนายตั้ม” แตกหัก !! ร้องตำรวจไซเบอร์ เอาผิด “กัน จอมพลัง” ปมคลิปเสียงชวนเล่นพนัน สอบฟอกเงิน

6 October 2026
41   0

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. เมืองทองธานี จ.นนทบุรี นายษิทธา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการ บช.สอท. ขอให้ดำเนินคดีกับ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” และตรวจสอบมูลนิธิกันจอมพลัง

ประเด็นที่ร้องเรียนคือข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ การชักชวนให้มีการเล่นการพนัน รวมถึงขอให้ตำรวจสืบสวนขยายผลเรื่องเว็บไซต์พนันออนไลน์และเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง โดยมี พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบช.สอท. ในฐานะโฆษก บช.สอท. เป็นผู้รับเรื่อง

ทนายตั้มยืนยันคลิปเสียงเป็นหลักฐานที่ต้องตรวจสอบ

ทนายตั้มเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นเรื่องต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้ตรวจสอบหลายประเด็นแล้ว แต่เนื่องจากเรื่องมีหลายส่วน จึงแยกประเด็นเกี่ยวกับการชักชวนเล่นพนันออนไลน์มายื่นให้ตำรวจไซเบอร์ตรวจสอบโดยตรง

ทนายตั้มระบุว่า ตนรู้จักกัน จอมพลังเป็นอย่างดี และมั่นใจว่าเสียงในคลิปที่นำมาเป็นหลักฐานเป็นเสียงของกัน จอมพลัง ไม่ใช่คลิปที่ถูกสร้างหรือตัดต่อด้วย AI

โดยระบุว่าคลิปดังกล่าวมาจาก YouTube และมีการเผยแพร่ตั้งแต่ปี 2019 พร้อมให้เหตุผลถึงลักษณะการพูด สำเนียง น้ำเสียง และคำพูดบางช่วงที่เจ้าตัวเห็นว่าเป็นเอกลักษณ์ของกัน จอมพลัง

อ้างคลิปมีเนื้อหาเชิญชวนเล่นพนันออนไลน์

ทนายตั้มกล่าวอ้างว่า เนื้อหาในคลิปมีลักษณะเชิญชวนประชาชนให้เข้าไปเล่นพนันออนไลน์กับเว็บไซต์แห่งหนึ่ง โดยมีการกล่าวถึงการแจกไพ่และการส่งของขวัญให้หญิงสาวจากต่างประเทศ

ทนายตั้มระบุว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมระบุว่าการยื่นเรื่องต่อหลายหน่วยงานเป็นการตรวจสอบคู่ขนาน และช่วยให้มีการตรวจสอบหลักฐานจากหลายฝ่าย

อ้าง DSI ตรวจสอบเส้นทางการเงิน

ในส่วนของ DSI ทนายตั้มระบุว่าได้ยื่นเรื่องไว้หลายประเด็น โดยเฉพาะการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานข้อมูลจากธนาคาร

ทนายตั้มยังกล่าวอ้างถึงข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลใกล้ชิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับธนาคารบางแห่ง และระบุว่าจะติดตามเรื่องดังกล่าวกับ DSI ต่อไป

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อมูลและข้อกล่าวอ้างที่ทนายตั้มนำมาเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ

เปิดประเด็นเงินหมุนเวียนในมูลนิธิ

ทนายตั้มยังกล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับเงินหมุนเวียนในบัญชีมูลนิธิกันจอมพลัง โดยระบุว่าตนได้รับข้อมูลว่ามีเงินเข้าบัญชีมูลนิธิประมาณ 700 ล้านบาท และ DSI อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเงินดังกล่าวถูกนำออกไปในรูปแบบใด

นอกจากนี้ยังกล่าวอ้างถึงการใช้บัญชีบุคคลอื่นเป็นบัญชีรับเงิน พร้อมระบุว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องควรเข้าให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ลั่น “ความดีก็ส่วนความดี ความชั่วก็ส่วนความชั่ว”

ทนายตั้มกล่าวถึงการทำงานช่วยเหลือประชาชนของกัน จอมพลังว่า การลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนเป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่ประเด็นที่ถูกร้องเรียนก็ต้องแยกตรวจสอบกัน

พร้อมระบุว่า

“ความดีก็ส่วนความดี ความชั่วก็ส่วนความชั่ว”

และต้องการให้ประชาชนติดตามข้อเท็จจริงจากกระบวนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ทนายตั้มยังเปิดเผยว่า วันเสาร์ที่จะถึงนี้ เตรียมเปิดเผยข้อมูลอีกประเด็นเกี่ยวกับสิ่งที่กัน จอมพลังเคยดำเนินการในพื้นที่ชายแดน ผ่านรายการ “ษิทรา Talk”

สอท.ยันตรวจสอบตามหลักฐาน ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ด้าน พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ เปิดเผยว่า บช.สอท. รับเรื่องไว้ดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว และอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานที่ทนายตั้มนำมามอบให้ เพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

พล.ต.ต.อรุษระบุว่า คดีลักษณะนี้เกี่ยวข้องกับ Digital Footprint หรือหลักฐานทางดิจิทัล เช่น เส้นทางการเงินและคลิปเสียง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบตามพยานหลักฐาน

พร้อมยืนยันว่า บช.สอท. จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา พิจารณาตามหลักฐาน และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายทนายตั้มและฝ่ายกัน จอมพลัง

DSI กับไซเบอร์แยกตรวจสอบคนละส่วน

เมื่อถูกถามว่ากรณีที่ทนายตั้มเคยยื่นเรื่องต่อ DSI และวันนี้นำหลักฐานชุดเดียวกันมายื่นต่อ บช.สอท. จะต้องรวมสำนวนหรือไม่ พล.ต.ต.อรุษชี้แจงว่า แต่ละหน่วยงานมีหน้าที่ของตนเอง และต้องตรวจสอบพยานหลักฐานในส่วนที่รับผิดชอบ

ทนายตั้มชี้แจงเพิ่มเติมว่า การยื่นต่อ DSI ก่อนหน้านี้เป็นการขอให้ตรวจสอบคลิปเสียงและพยานหลักฐาน หากพบการกระทำผิดจึงดำเนินการต่อ ขณะที่การเดินทางมายื่นต่อ บช.สอท. ครั้งนี้เป็นการ แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดี

พล.ต.ต.อรุษกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ DSI และตำรวจไซเบอร์ต่างดำเนินการในส่วนของตนเอง ส่วนจะมีการประสานงานกันในภายหลังหรือไม่ จะพิจารณาตามขั้นตอน

เบื้องต้นได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน บก.สอท.1 รับทนายตั้มเข้าสอบปากคำอย่างเป็นทางการทันที

ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกัน จอมพลังยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และยังไม่ใช่ข้อยุติว่ามีการกระทำความผิดตามที่กล่าวหา

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: การแถลงและให้สัมภาษณ์ของทนายตั้ม ษิทธา เบี้ยบังเกิด และ พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ บช.สอท.

#ทนายตั้ม #ษิทธาเบี้ยบังเกิด #กันจอมพลัง #ตำรวจไซเบอร์ #บชสอท #พนันออนไลน์ #DSI #ฟอกเงิน #มูลนิธิกันจอมพลัง #ข่าววันนี้