เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 บริเวณหน้า เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” อดีตผู้ต้องขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เดินทางมารอส่งมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นให้ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ หลังศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวย
นายษิทราเปิดเผยว่า เนื่องจากตนเคยอยู่ในเรือนจำมาก่อน จึงทราบว่าผู้ต้องขังใหม่จำเป็นต้องใช้อะไรบ้าง จึงนำสิ่งของมาฝากให้นายอัจฉริยะ ทั้ง ขันอาบน้ำ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยได้ฝากสิ่งของทั้งหมดผ่านเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว
ฝากคำเตือน “สบู่ตก ห้ามก้มเก็บ”
นายษิทรากล่าวถึงสิ่งของที่นำมาให้ พร้อมเล่าถึงคำเตือนที่ฝากไปยังนายอัจฉริยะว่า
“ผมบอกแกไปแล้วว่า ถ้าทำสบู่ตก ห้ามก้มเก็บเด็ดขาด ให้ซื้ออันใหม่เลย เดี๋ยวจะเกิดอันตรายได้”
ขณะรถควบคุมผู้ต้องขังวิ่งผ่าน นายษิทราระบุว่าได้ตะโกนส่งกำลังใจไปว่า “โชคดีนะ อดทนนะ”
“เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย” แต่เห็นเข้าคุกก็สงสาร
เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์กับนายอัจฉริยะ นายษิทราระบุว่า เป็นความสัมพันธ์ที่ “ซับซ้อนซ่อนเงื่อน” มีทั้งช่วงที่ดีและไม่ดี พร้อมกล่าวว่าใจหนึ่งรัก แต่อีกใจหนึ่งก็เกลียด
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นนายอัจฉริยะต้องเข้ามาอยู่ในเรือนจำ ก็รู้สึกสงสาร เพราะเข้าใจว่าคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่อาจไม่ได้เตรียมตัวหรือเตรียมสิ่งของไว้ล่วงหน้า
“ถ้ากลั่นแกล้ง ตำรวจก็ต้องถูกดำเนินคดี”
ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า นายอัจฉริยะอาจถูกกลั่นแกล้ง นายษิทรากล่าวว่า ตนมองว่าคงไม่มีใครกล้ากลั่นแกล้ง เพราะหากเป็นการกลั่นแกล้ง ตำรวจที่ดำเนินคดีก็อาจต้องถูกดำเนินคดีเอง
นายษิทราระบุเพิ่มเติมว่า หากตำรวจไม่มีหลักฐานหรือเส้นทางการเงินที่ชัดเจน ก็คงไม่สามารถดำเนินคดีได้ และศาลก็คงไม่ออกหมายจับ
ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีนายอัจฉริยะยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม โดยเจ้าตัวได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาก่อนหน้านี้
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ข่าวจากการให้สัมภาษณ์ของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด วันที่ 5 ตุลาคม 2569
#ทนายตั้ม #ษิทราเบี้ยบังเกิด #อัจฉริยะเรืองรัตนพงศ์ #เรือนจำพิเศษกรุงเทพ #อัจฉริยะ #ศาลอาญา #ข่าวด่วน #วิหคนิวส์


