การเมืองทั่วไป » 🚨 จับตา “กล้าธรรม” ขยับใกล้รัฐบาล! 58 เสียงเขย่าสมการ ครม. เกมนี้ “เพื่อไทย–ภูมิใจไทย” ต่างมีต้นทุนต้องจ่าย

🚨 จับตา “กล้าธรรม” ขยับใกล้รัฐบาล! 58 เสียงเขย่าสมการ ครม. เกมนี้ “เพื่อไทย–ภูมิใจไทย” ต่างมีต้นทุนต้องจ่าย

1 October 2026
30   0

🔥 หลัง “พรรคกล้าธรรม” โหวตหนุนงบประมาณปี 2570 สวนทิศทางฝ่ายค้าน ก่อนถอนชื่อออกจากวิปฝ่ายค้าน กระแสเข้าร่วมรัฐบาลจึงร้อนขึ้นทันที แต่หากดีลเกิดขึ้นจริง ปัญหาใหญ่ไม่ใช่แค่จำนวนเสียงในสภา หากอยู่ที่คำถามว่า “เก้าอี้รัฐมนตรีจะมาจากไหน”

ณ วันที่ 29 กันยายน 2569 ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า พรรคกล้าธรรม จะเข้าร่วมรัฐบาลที่มี พรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำ

แต่ความเคลื่อนไหวหลายอย่างทำให้สมการการเมืองนี้ถูกจับตามองมากขึ้น

โดยเฉพาะหลัง สส.พรรคกล้าธรรมลงมติสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 สวนแนวทางของฝ่ายค้าน และต่อมาพรรคถอนตัวออกจากคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน

พรรคกล้าธรรมมี สส. 58 คน

หากวันหนึ่ง 58 เสียงดังกล่าวขยับเข้าสู่รัฐบาลอย่างเป็นทางการ ฐานเสียงของฝ่ายรัฐบาลในสภาย่อมเปลี่ยนแปลง

แต่การเพิ่มเสียงในสภาไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีต้นทุน

เพราะคำถามถัดไปคือ

🔥 หากกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลจริง ใครจะต้องแบ่งเก้าอี้ให้?

⚡️ สัญญาณแรก – โหวตงบฯ สวนฝ่ายค้าน

การลงมติสนับสนุนร่างงบประมาณปี 2570 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

เพราะหลังจากนั้น พรรคกล้าธรรมได้ถอนชื่อออกจากวิปฝ่ายค้าน แม้ยังไม่ได้ประกาศตัวเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

สถานะทางการเมืองของพรรคจึงอยู่ในจุดที่น่าจับตา

ไม่ได้ร่วมกำหนดยุทธศาสตร์กับฝ่ายค้านเหมือนเดิม

แต่ก็ยังไม่ได้เข้าไปนั่งอยู่ในรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

🔥 สัญญาณที่สอง – คดีฮั้ว สว. กับชื่อ “เอกราช ช่างเหลา”

อีกประเด็นที่ถูกนำมาเชื่อมโยงในทางการเมืองคือกรณี เอกราช ช่างเหลา ซึ่งถูกกล่าวถึงในฐานะพยานในคดีฮั้วเลือก สว.

หลังมีประเด็นว่าคำให้การในบางช่วงมีความแตกต่างจากคำให้การเดิม จน DSI ระบุว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพิ่มเติม รวมถึงประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องกับการให้การอันเป็นเท็จ

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนดังกล่าวยังเป็นกระบวนการตรวจสอบ

จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่าเอกราชมีความผิดตามข้อกล่าวหาดังกล่าว

แต่ในทางการเมือง เรื่องนี้ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มการเมืองต่างๆ ถูกจับตามองมากขึ้น

🚨 ถ้า 58 เสียงเข้ารัฐบาลจริง ปมใหญ่จะอยู่ที่ “โควตา ครม.”

การเข้าร่วมรัฐบาลไม่ได้มีเพียงเรื่องจำนวน สส.

เพราะโดยธรรมชาติของรัฐบาลผสม การเพิ่มพรรคการเมืองใหม่เข้ามาย่อมนำไปสู่การเจรจาเรื่องบทบาททางบริหาร

และนั่นหมายถึง

หากจะมีรัฐมนตรีจากพรรคกล้าธรรม จะต้องมีพื้นที่ในคณะรัฐมนตรีรองรับ

จุดนี้ทำให้เกิดฉากทัศน์สำคัญอย่างน้อย 2 ทาง

🔥 ฉากทัศน์ที่ 1 : ขยับโควตา “เพื่อไทย”

หากการปรับ ครม.นำไปสู่การลดจำนวนหรือเปลี่ยนกระทรวงที่พรรคเพื่อไทยดูแล เพื่อเปิดพื้นที่ให้พรรคกล้าธรรม

ผลกระทบโดยตรงจะเกิดกับเพื่อไทยในด้านอำนาจบริหาร

ปัจจุบันแกนนำเพื่อไทยยังยืนยันข้อตกลงเดิมในการดูแล 5 กระทรวง

ดังนั้น หากมีการเปลี่ยนแปลงโควตาดังกล่าวจริง ย่อมต้องผ่านการเจรจาทางการเมืองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล

ประเด็นจึงไม่ได้อยู่เพียงว่าเสียเก้าอี้กี่ตำแหน่ง

แต่ยังเกี่ยวข้องกับ

⚡️ กระทรวงใดถูกปรับ
⚡️ ใครเป็นผู้ถือโควตาใหม่
⚡️ ข้อตกลงเดิมระหว่างพรรคร่วมยังมีผลเพียงใด
⚡️ และเพื่อไทยจะยอมรับเงื่อนไขใหม่หรือไม่

หากเจรจาไม่ลงตัว ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลก็อาจต้องเผชิญแรงเสียดทานมากขึ้น

🚨 ฉากทัศน์ที่ 2 : ภูมิใจไทยแบ่งโควตาตัวเอง

อีกเส้นทางคือ พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลเลือกไม่แตะโควตาของเพื่อไทย

หากเป็นเช่นนั้น พื้นที่สำหรับพรรคกล้าธรรมก็อาจต้องมาจากสัดส่วนที่ภูมิใจไทยหรือพันธมิตรในฝั่งรัฐบาลถืออยู่

ผลกระทบในกรณีนี้จะเปลี่ยนจากความสัมพันธ์ระหว่างพรรค

มาเป็นเรื่อง การจัดสมดุลภายในพรรคแกนนำรัฐบาล

เพราะเก้าอี้รัฐมนตรีไม่ได้เป็นเพียงตำแหน่งบุคคล

แต่เชื่อมโยงกับกลุ่ม สส. เครือข่ายการเมือง พื้นที่เลือกตั้ง และการต่อรองภายในพรรค

การเปลี่ยนโควตาหนึ่งตำแหน่งจึงอาจกระทบมากกว่ารัฐมนตรีเพียงหนึ่งคน

🔥 เพิ่มเสียงรัฐบาล แต่เพิ่มโจทย์การแบ่งอำนาจ

หากมองเฉพาะตัวเลข 58 เสียง การมีพรรคกล้าธรรมเข้ามาสนับสนุนรัฐบาลย่อมเพิ่มเสียงในสภา

แต่เมื่อมองในระดับคณะรัฐมนตรี สมการกลับซับซ้อนขึ้น

เพราะการเพิ่มพันธมิตรหนึ่งพรรค เท่ากับเพิ่มผู้ร่วมเจรจาเรื่อง

👉 กระทรวง
👉 ตำแหน่งรัฐมนตรี
👉 นโยบาย
👉 งบประมาณ
👉 และพื้นที่ทางการเมือง

ดังนั้น “เสียงเพิ่ม” ไม่ได้แปลว่า “ความขัดแย้งลด” โดยอัตโนมัติ

⚡️ กล้าธรรมได้อะไร – รัฐบาลต้องแลกอะไร

หากดีลเกิดขึ้นจริง พรรคกล้าธรรมจะได้เปลี่ยนสถานะจากพรรคที่อยู่นอกฝ่ายบริหาร ไปสู่การมีส่วนร่วมกับรัฐบาลมากขึ้น

ส่วนรัฐบาลจะได้ฐานเสียงในสภาที่เพิ่มขึ้น

แต่ในอีกด้าน รัฐบาลต้องตัดสินใจว่าจะจัดพื้นที่ทางการเมืองให้พันธมิตรใหม่อย่างไร โดยไม่สร้างปัญหากับพันธมิตรเดิม

จุดนี้จึงเป็นหัวใจของการต่อรอง

🔥 ไม่ใช่เพียง “กล้าธรรมจะเข้าหรือไม่”

แต่คือ

“ถ้าเข้าแล้ว ใครต้องขยับ?”

🚨 สมการนี้จึงกระทบคนละแบบ

หากนำโควตาจากเพื่อไทยมาให้กล้าธรรม

แรงกระเพื่อมหลักจะอยู่ที่ ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล

แต่หากภูมิใจไทยแบ่งสัดส่วนของตัวเอง

แรงกระเพื่อมก็จะเคลื่อนกลับมาอยู่ที่ การจัดสมดุลภายในพรรคแกนนำ

และยังมีทางเลือกอื่นที่อาจเกิดขึ้นได้ หากมีการปรับโครงสร้าง ครม.ในรูปแบบที่ไม่ตรงกับสองสมมติฐานนี้

🔥 จึงยังเร็วเกินไปที่จะฟันธงว่าใครจะเป็นฝ่าย “เสียมากที่สุด”

เพราะจนถึงขณะนี้

พรรคกล้าธรรมยังไม่ได้ประกาศเข้าร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

ยังไม่มีข้อยุติเรื่องการปรับ ครม.

และยังไม่มีข้อตกลงเปิดเผยว่า พรรคใดจะต้องแบ่งโควตาให้ใคร

แต่สิ่งที่เห็นชัดแล้วคือ

🚨 58 เสียงของพรรคกล้าธรรมกำลังทำให้สมการอำนาจในสภาเปลี่ยนไป และหากก้าวเข้าสู่รัฐบาลจริง การต่อรองรอบต่อไปจะไม่ได้อยู่ที่ “จำนวนเสียง” เท่านั้น แต่จะอยู่ที่ “การแบ่งอำนาจ” ภายในรัฐบาลด้วย

#กล้าธรรม #ธรรมนัส #ภูมิใจไทย #เพื่อไทย #อนุทิน #รัฐบาล #ปรับครม #ครม #งบประมาณ2570 #ฮั้วสว #การเมืองไทย #สภา #วิหคนิวส์ #สยามรัฐ