🔥 ขยับครั้งใหญ่หลังคดีบาร์โค้ด! กกต.เตรียมดันเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ ระบบ Stand Alone ไม่ต่ออินเทอร์เน็ต ชูจุดขายรู้ผลเร็ว ลดคนประจำหน่วย ลดงบประมาณ ก่อนปูทางใช้เลือกตั้งล่วงหน้า–นอกเขต–เลือกตั้ง สส.
วันที่ 29 กันยายน 2569 มีรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กำลังเดินหน้าแนวคิดนำ เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ มาใช้แทนการกาบัตรเลือกตั้งในบางประเภท
ความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกรณี QR Code และ Barcode บนบัตรเลือกตั้ง โดยวินิจฉัยว่าการดำเนินการที่เป็นข้อพิพาทไม่ขัดรัฐธรรมนูญ พร้อมมีข้อเสนอสำหรับการออกแบบบัตรเลือกตั้งในอนาคต ไม่ให้มีเครื่องหมายที่สามารถเชื่อมโยงตัวผู้ใช้สิทธิกับผลการลงคะแนนได้
🔥 จาก “บาร์โค้ด” สู่ “เครื่องลงคะแนน”
แนวทางใหม่ที่กำลังถูกผลักดัน คือการเปลี่ยนจากการใช้ปากกากาบัตรกระดาษ ไปสู่การกดลงคะแนนผ่านเครื่องอิเล็กทรอนิกส์
เบื้องต้น กกต.มีเครื่องลงคะแนนอยู่ประมาณ 250 ชุด
เตรียมกระจายไปยังสำนักงาน กกต.จังหวัดทั่วประเทศ จังหวัดละประมาณ 2 ชุด
🚨 1 ชุด มี 4 เครื่องลงคะแนน
เครื่องลงคะแนน 1 ชุด ประกอบด้วย
⚡️ เครื่องรวมคะแนน 1 เครื่อง
⚡️ เครื่องลงคะแนน 4 เครื่อง
การใช้งาน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถเลือกเครื่องลงคะแนนเครื่องใดเครื่องหนึ่ง
จากนั้น
👉 กดหมายเลขผู้สมัคร
👉 ตรวจสอบตัวเลือก
👉 กดยืนยันคะแนน
คะแนนจากเครื่องทั้ง 4 เครื่องจะถูกประมวลไปยังเครื่องรวมคะแนน
หลังปิดการลงคะแนน ระบบสามารถประมวลผลคะแนนได้ทันที
🔥 ชูระบบ Stand Alone ไม่ต่อเน็ต
จุดที่ กกต.นำมาเป็นจุดเด่นของเครื่องชุดนี้ คือการทำงานแบบ Stand Alone
ไม่มีการเชื่อมต่อ
❌ อินเทอร์เน็ต
❌ LAN
❌ Bluetooth
แนวคิดคือการตัดช่องทางเข้าถึงระบบจากเครือข่ายภายนอก และลดความเสี่ยงจากการโจมตีผ่านระบบออนไลน์
อย่างไรก็ตาม การใช้จริงยังต้องมีมาตรการตรวจสอบทั้งตัวเครื่อง โปรแกรม การจัดเก็บ และการควบคุมอุปกรณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าคะแนนไม่ถูกแก้ไขและไม่สามารถเชื่อมโยงกลับไปยังผู้ลงคะแนนได้
🚨 เริ่มเล็กก่อน! เล็งนำร่องเลือกตั้งท้องถิ่น
ปัจจุบัน กกต.อยู่ระหว่างยกร่างระเบียบรองรับการใช้เครื่องลงคะแนน
เป้าหมายเบื้องต้นคือเริ่มจากการเลือกตั้งขนาดไม่ใหญ่
⚡️ เลือกตั้ง อบต.บางพื้นที่
⚡️ เลือกตั้งท้องถิ่นขนาดเล็ก
⚡️ เลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง
เพื่อทดลองระบบก่อนขยายไปสู่สนามเลือกตั้งที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
🔥 250 ชุด ยังไม่พอศึกเลือกตั้งใหญ่
แม้แนวคิดจะเดินหน้า แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ จำนวนเครื่อง
หากต้องการใช้ในการเลือกตั้ง สส.ทั่วประเทศ จะต้องใช้เครื่องประมาณ
🚨 99,487 ชุด
ขณะที่ กกต.มีอยู่เพียงประมาณ
250 ชุด
ส่วนการเลือกตั้ง อบจ.หนึ่งแห่ง อาจต้องใช้เครื่องประมาณ 1,000 ชุด
จึงยังไม่สามารถเปลี่ยนจากบัตรกระดาษไปใช้เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศได้ทันที
⚡️ เครื่องมีมานาน แต่ยังไม่ลงสนามใหญ่
ที่ผ่านมา กกต.เคยนำเครื่องลงคะแนนไปสนับสนุนการเลือกตั้งภายในองค์กรหลายประเภท
ทั้ง
🏫 โรงเรียน
🎓 มหาวิทยาลัย
🏢 หน่วยงานต่างๆ
🤝 สหกรณ์
🏛️ รวมถึงการลงคะแนนภายในรัฐสภาบางกรณี
จึงไม่ใช่เทคโนโลยีที่เพิ่งถูกนำมาทดลองเป็นครั้งแรก
แต่โจทย์ใหญ่คือการยกระดับจาก “การเลือกตั้งภายในองค์กร”
ไปสู่
🔥 “การเลือกตั้งทางการเมืองที่มีผลต่ออำนาจรัฐ”
🚨 เป้าหมายไกลถึงเลือกตั้ง สส.
หากการทดลองในระดับท้องถิ่นผ่านไปได้ และมีการพัฒนาเครื่องให้เพียงพอ
กกต.มองถึงความเป็นไปได้ในการนำระบบไปใช้กับ
⚡️ การเลือกตั้งล่วงหน้า
⚡️ การเลือกตั้งนอกเขตภายในประเทศ
⚡️ การเลือกตั้งทั่วไป
⚡️ การเลือกตั้ง สส.
ส่วนการลงคะแนนนอกราชอาณาจักร ยังต้องพิจารณารูปแบบและข้อกฎหมายเพิ่มเติม
🔥 ชู “ลดคน–ลดงบ–รู้ผลเร็ว”
อีกเหตุผลสำคัญที่ กกต.มองเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ คือเรื่องต้นทุนการจัดการเลือกตั้ง
การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ 99,487 หน่วย
แต่ละหน่วยใช้เจ้าหน้าที่มาตรฐานประมาณ 11 คน
แบ่งเป็น
⚡️ กรรมการประจำหน่วย 9 คน
⚡️ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 2 คน
รวมบุคลากรประจำหน่วยประมาณ
🚨 1.09 ล้านคน
ขณะที่งบประมาณสำหรับการจัดการเลือกตั้ง สส.และประชามติครั้งดังกล่าว ได้รับการอนุมัติในหลักการประมาณ 8,978 ล้านบาท
กกต.จึงมองว่า หากใช้เครื่องลงคะแนนได้จริงในอนาคต อาจช่วยลดจำนวนเจ้าหน้าที่ ลดขั้นตอนการนับคะแนน ลดค่าใช้จ่ายบางส่วน และทำให้รายงานผลได้เร็วขึ้น
🚨 แต่โจทย์ใหม่ใหญ่กว่าแค่ “กดปุ่มแล้วรู้ผล”
การเปลี่ยนจากบัตรกระดาษเป็นเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ได้มีเพียงเรื่องความสะดวกและความรวดเร็ว
แต่ยังต้องตอบโจทย์สำคัญให้ประชาชนเชื่อมั่น
🔥 โปรแกรมในเครื่องใครเป็นผู้ตรวจสอบ
🔥 ก่อนเปิดคูหาใครรับรองว่าเครื่องไม่มีข้อมูลเดิม
🔥 หลังปิดคูหาตรวจสอบคะแนนย้อนหลังอย่างไร
🔥 หากเครื่องเสียระหว่างเลือกตั้งทำอย่างไร
🔥 คะแนนที่เครื่องบันทึกตรงกับสิ่งที่ประชาชนกดหรือไม่
🔥 มีระบบตรวจนับซ้ำเมื่อเกิดข้อพิพาทหรือไม่
🔥 และตัวตนผู้ใช้สิทธิจะถูกแยกออกจากคะแนนอย่างเด็ดขาดเพียงใด
เพราะบทเรียนจากคดีบาร์โค้ดเพิ่งทำให้ประเด็น “ความลับของคะแนนเสียง” กลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับรัฐธรรมนูญ
⚡️ วันนี้ กกต.กำลังขยับจาก “บัตรที่มีรหัส”
ไปสู่
🔥 “เครื่องที่บันทึกคะแนนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์”
โจทย์จึงไม่ได้มีเพียงว่าเทคโนโลยีใหม่จะทำให้เลือกตั้งเร็วขึ้นแค่ไหน
แต่ต้องพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นด้วยว่า
🚨 คะแนนทุกคะแนนถูกบันทึกตรง ถูกนับตรง ตรวจสอบได้ และไม่มีใครย้อนกลับมารู้ได้ว่า “ใครเลือกใคร”
นี่คือด่านใหญ่ก่อนประเทศไทยจะก้าวจาก
“กาบัตร” สู่ “กดเครื่อง” อย่างเต็มรูปแบบ
#กกต #เครื่องลงคะแนน #เครื่องลงคะแนน #อิเล็กทรอนิกส์ #EVM #เลือกตั้ง #เลือกตั้ง2569 #บัตรเลือกตั้ง #บาร์โค้ด #QRCode #เลือกตั้งสส #ลงคะแนนโดยลับ #ศาลรัฐธรรมนูญ #การเมืองไทย #วิหคนิวส์ #สยามรัฐ
