🔥ศึกซักฟอกครั้งนี้ บุคคลที่เป็นเป้าหมายสำคัญ คงหนีไม่พ้น “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และ “ นายไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดีอี เพราะถือเป็น”กล่องดวงใจรัฐบาล” หรือพรรคฝ่ายค้านจะมุ่งอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพียงแค่ 2 คน เพื่อไม่ให้เป้าหมายกระจาย สร้างความบอบช้ำให้แกนนคนสำคัญของฝ่ายบริหารมากที่สุด”
คาดหมายกันว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นครั้งแรก ที่จะเกิดขึ้นกับ”รัฐบาลอนุทิน 2” จะเข้มข้นและดุเดือดครั้งหนึ่งทางการเมือง เพราะพรรคประชาชน (ปชน. )สะสมความแค้น ไว้ตั้งแต่รัฐบาล”อนุทิน 1” ซึ่งครั้งนั้นถูกมองว่า” พรรคภูมิใจไทย(ภท.) “เบี้ยวข้อตกลง เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ(รธน. ) ไม่ยอมไปหาไปขอเสียง สนับสนุนจาก”สว.สีน้ำเงิน” จนทำให้กระบวนการแก้ไขกฎหมายแม่บท ในการปกครองประเทศต้องชะงักไป และนำมาสู่การเลือกตั้งใหม่ ทำให้พรรคภท.คว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง เมื่อเดือนก.พ. 69 ได้สส. ถึง 192 เสียง ส่วนพรรคส้มได้สส.เพียง 120 เสียง และนำมาสู่กระบวนการตรวจสอบสอบ “คดีฮั้วสว.” อย่างเข้มข้น เพราะต้องการทะลายระบบสีน้ำเงิน” ที่คุมเสียงทั้งสภาล่างและสภาบน เพราะมีผลต่อการช่วงชิงอำนาจรัฐ และกระบวนการแก้ไขรธน. ที่พรรคส้มต้องการให้เกิดขึ้น เพื่อกำหนดรูปแบบ ที่ตนเองคิดว่าไม่เสียเปรียบ ดังนั้นถ้าหากทำให้รัฐบาล ต้องมีอันเป็นไปเร็วที่สุด นั้นคือความปรารถนาอย่างแรงกล้า ของแกนนำพรรคฝ่ายค้าน
⚡️ด้าน “นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ “ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคปชน. กล่าวถึงความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า อยู่ในช่วงท้ายในการสรุปกรอบญัตติ เสร็จก็จะอยู่ในช่วงของการลงนาม หากดูไทม์ไลน์เชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเข้าสู่สภาฯในช่วงเดือนต.ค. เมื่อถามว่ามีการเปิดรับข้อมูลจากประชาชน มีคนตั้งข้อสังเกตว่าพรรคมีข้อมูลเพียงพอหรือไม่ที่จะอภิปราย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เนื้อหาข้อมูลที่เรามีอยู่ในมือ มีน้ำหนักมากเพียงพออยู่แล้ว เพียงแต่การที่พรรคปชน.เปิดช่องทาง รับข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อที่จะรับข้อมูลเชิงลึก จากผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง การอภิปรายในครั้งนี้เราพยายาม จะชี้ให้เห็นถึงความเลวร้ายของระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงแค่พรรคการเมืองอย่างเดียว
แต่หมายถึงการทำหน้าที่ในองค์กรอิสระ และความเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุน ที่สนับสนุนระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งมีคนที่ได้รับผลกระทบเยอะ เช่น บริษัทที่อาจจะเข้าร่วมประมูลในโครงการของรัฐ ที่เราเห็นว่ามีการล็อกสเปกเอื้อประโยชน์บางบริษัทให้ได้รับโครงการหรือไม่ ก็จะทำให้บริษัทคู่แข่งส่งข้อมูลมาให้เราได้ ส่วนอื่น ๆ ที่อาจอยู่ในระบบราชการเช่นเรื่อง “ช่วยน้ำเงินด้วย” หรือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการต่าง ๆ หรือการทุจริตสอบท้องถิ่น การเปิดช่องทางก็จะทำให้เรามีข้อมูลในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น
⚡️เมื่อถามว่านอกจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี ) จะอภิปรายใครเพิ่มเติมหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าตัวรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ รอรู้พร้อมกันในวันที่ยื่นญัตติ ส่วนจะออกมาในรูปแบบใดนั้น อยากชี้ให้เห็นถึงความเลวร้ายของระบอบสีน้ำเงิน ว่าไม่ได้เป็นแค่ในเรื่องของ ตัวพรรคการเมืองอย่างเดียว ซึ่งหมายถึงส่วนอื่น ๆ ด้วย ส่วนกรณีเรื่องเขากระโดงเราจะมีการตรวจสอบอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก็เป็นหนึ่งในประเด็นที่เราจับตามองอยู่ รอถึงวันอภิปรายจริง เพราะตอนนี้หากให้ข้อมูลอะไรไป ก็จะเป็นเหมือนให้การบ้านล่วงหน้า ส่วนจะมีประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องของเขากระโดง หรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอให้รอดูวันอภิปรายจริง
สำนักข่าววิหคนิวส์
#อนุทิน #ปชน #ไชยชนก #รธน #การเมือง #วิหคนิวส์ #เดลินิวส์
