เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลา 12.00 น. สถาบันพระปกเกล้าเปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “เสียงประชาชนต่อการออกแบบบัตรเลือกตั้งและการใช้เทคโนโลยีการลงคะแนน” จากการสำรวจประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 2,000 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 18–21 กันยายน 2569
ผลสำรวจสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนต่อรูปแบบบัตรเลือกตั้ง หมายเลขผู้สมัคร การระบุชื่อบนบัตร ตลอดจนการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการลงคะแนน โดยเฉพาะประเด็นบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
🚨 53.5% ชี้ “บาร์โค้ด–QR Code” ไม่จำเป็น
เมื่อถามถึงความจำเป็นในการใส่ บาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พบว่า
53.5% เห็นว่า ไม่จำเป็น โดยให้เหตุผลเรื่องความกังวลเกี่ยวกับความลับของการลงคะแนน
ขณะที่ 23.2% ระบุว่ายอมรับได้ หากมีมาตรการที่เหมาะสม
ส่วน 14.9% เห็นว่าจำเป็น และ 8.4% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น
ผลสำรวจระบุว่า ประเด็นเรื่อง ความลับของการลงคะแนน เป็นปัจจัยสำคัญต่อการยอมรับการใช้บาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด ขณะเดียวกัน ผู้ตอบบางส่วนยอมรับเทคโนโลยีดังกล่าวหากมีมาตรการรองรับที่ชัดเจน
🗳️ กว่าครึ่งหนุน “เบอร์เดียวกัน” เขต–บัญชีรายชื่อ
เมื่อถามว่าผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเดียวกันควรใช้หมายเลขเดียวกันหรือไม่
55.9% เห็นว่าควรใช้ หมายเลขเดียวกัน
21.9% เห็นว่าควรแยกหมายเลข
17.1% เห็นว่าแบบใดก็ได้
และ 5.1% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น
เมื่อจำแนกตามภูมิภาค พบว่าภาคใต้มีผู้สนับสนุนการใช้หมายเลขเดียวกันสูงสุดที่ 78.0% ตามด้วยภาคกลาง 67.6% ภาคเหนือ 54.3% ภาคตะวันออก 53.0% และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 52.1%
ส่วนกรุงเทพมหานครแตกต่างจากภูมิภาคอื่น โดยตัวเลือก “แบบใดก็ได้” มีสัดส่วนสูงสุด 40.0% รองลงมาคือแยกหมายเลข 35.8% และใช้หมายเลขเดียวกัน 22.4%
✍️ 67.3% หนุนใส่ชื่อ–นามสกุลผู้สมัครบนบัตร
เมื่อถามถึงการระบุชื่อผู้สมัครควบคู่กับหมายเลขบนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต
67.3% เห็นด้วย กับการระบุชื่อ–นามสกุลผู้สมัคร
25.5% ไม่เห็นด้วย
และ 7.2% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น
ผลสำรวจระบุว่า การมีข้อมูลชื่อผู้สมัครบนบัตรได้รับการยอมรับในระดับสูง โดยข้อมูลดังกล่าวอาจช่วยให้ผู้ใช้สิทธิเชื่อมโยงตัวเลือกกับบุคคลที่ต้องการเลือกได้ชัดเจนขึ้น แต่ผลสำรวจไม่ได้ยืนยันว่าการเพิ่มชื่อผู้สมัครจะช่วยลดความผิดพลาดในการลงคะแนนได้จริง
💻 เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ยังเห็นต่าง
สำหรับความพร้อมของประเทศไทยในการใช้ เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ ณ หน่วยเลือกตั้ง แทนการกาบัตรกระดาษ
26.1% เห็นว่าพร้อมมาก
23.9% เห็นว่ายังไม่พร้อมเลย
23.0% เห็นว่าค่อนข้างพร้อม
19.5% เห็นว่าไม่ค่อยมีความพร้อม
และ 7.5% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น
เมื่อรวมกลุ่มความคิดเห็น พบว่า 49.1% เห็นว่าพร้อม ขณะที่ 43.4% เห็นว่ายังไม่พร้อม สะท้อนว่าความคิดเห็นต่อการเปลี่ยนไปใช้เครื่องลงคะแนนยังแบ่งออกเป็นสองด้านในสัดส่วนใกล้เคียงกัน
สถาบันพระปกเกล้าระบุในผลสำรวจว่า การพัฒนาบัตรเลือกตั้งและวิธีลงคะแนนควรมีการทดสอบความเข้าใจกับผู้ใช้สิทธิที่หลากหลาย ควบคู่กับการอธิบายวัตถุประสงค์และมาตรการคุ้มครองความลับอย่างชัดเจน
ส่วนการนำเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ ควรมีข้อมูลจากการทดสอบด้านความสะดวก ความถูกต้อง และความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานประกอบการพิจารณา
สำนักข่าววิหคนิวส์
#บัตรเลือกตั้ง #บาร์โค้ด #QRโค้ด #สถาบันพระปกเกล้า #KPIpoll #เลือกตั้ง #เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ #การเลือกตั้งไทย
