3 กันยายน 2569 — กรุงเทพฯ มีรายงานเรื่องราวสุดสะเทือนใจของผู้ใช้ Apple Watch รายหนึ่ง หลังอุปกรณ์ตรวจพบว่า อัตราการเต้นหัวใจขณะพักและค่าชีพจรช่วงกลางคืนผิดปกติ จนกลายเป็นสัญญาณสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจเข้าพบแพทย์ ก่อนถูกตรวจพบว่าเป็น มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันแบบไมอีลอยด์ (AML) ซึ่งเป็นมะเร็งที่ดำเนินโรคอย่างรวดเร็วและต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว
⚡ จุดเปลี่ยนเริ่มขึ้นในปี 2024
เรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ ปี 2024 เมื่อผู้ใช้รายนี้เริ่มได้รับการแจ้งเตือนจาก Apple Watch ว่าอัตราการเต้นหัวใจขณะพักสูงกว่าปกติ รวมถึงพบความผิดปกติของค่าต่าง ๆ ในช่วงนอนหลับ แม้ในตอนแรกจะไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องร้ายแรง แต่ความผิดปกติที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทำให้เธอเข้าพบแพทย์
ต่อมาผลตรวจนำไปสู่การวินิจฉัย AML ซึ่งสามารถทำให้ระบบสร้างเม็ดเลือดในไขกระดูกทำงานผิดปกติ และโรคมีแนวโน้มดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
😱 จาก “แจ้งเตือนหัวใจ” สู่การพบโรคร้าย
ประเด็นสำคัญคือ Apple Watch ไม่ได้วินิจฉัยมะเร็งโดยตรง แต่ทำหน้าที่ตรวจจับความผิดปกติของอัตราการเต้นหัวใจและส่งสัญญาณเตือน จนเจ้าตัวนำข้อมูลไปพบแพทย์ และการตรวจทางการแพทย์จึงนำไปสู่การค้นพบโรค
แหล่งข่าวระบุว่า หลังเข้ารับการรักษา ผู้ป่วยรายนี้ เข้าสู่ภาวะโรคสงบ (remission) และมองว่า Apple Watch มีส่วนสำคัญที่ทำให้เธอได้รับการตรวจรักษาเร็วขึ้น
🧬 แล้ว AML เกิดจากอะไร?
ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า AML เกิดจาก การเปลี่ยนแปลงของ DNA/ยีนในเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดเลือด ทำให้เซลล์ผิดปกติเพิ่มจำนวนและรบกวนการสร้างเซลล์เม็ดเลือดปกติ แต่ในผู้ป่วยจำนวนมาก ไม่สามารถระบุสาเหตุเฉพาะเจาะจงได้
ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง ได้แก่ อายุที่มากขึ้น การสูบบุหรี่ การสัมผัสสารเคมีบางชนิด เช่น เบนซีน การได้รับรังสีขนาดสูง การเคยได้รับเคมีบำบัดบางชนิด และโรคทางเลือดบางประเภท อย่างไรก็ตาม การมีปัจจัยเสี่ยงไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็น AML
🔥 บทเรียนสำคัญ
กรณีนี้ตอกย้ำว่าเทคโนโลยีสวมใส่อาจช่วยให้คนสังเกตเห็น “ความผิดปกติที่ไม่รู้ตัว” ได้เร็วขึ้น แต่ข้อมูลจากสมาร์ตวอตช์ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค หากมีอาการหรือค่าชีพจรผิดปกติอย่างต่อเนื่อง ควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน
สำนักข่าววิหคนิวส์ อ้างอิง: MacRumors, American Cancer Society
#วิหคนิวส์ #AppleWatch #Apple #มะเร็งเม็ดเลือดขาว #AML #สุขภาพ #เทคโนโลยีสุขภาพ #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวไวรัล #HeartRate
