ข่าวประจำวัน » มิน่า! ประชาชนไม่เชื่อมั่น กกต. 5 ใน 7 มาจากเสียง สว.ชุด 2567 ก่อนถือคดีฮั้ว สว. 229 ราย

มิน่า! ประชาชนไม่เชื่อมั่น กกต. 5 ใน 7 มาจากเสียง สว.ชุด 2567 ก่อนถือคดีฮั้ว สว. 229 ราย

1 September 2026
10   0

กรุงเทพฯ – วันที่ 1 กันยายน 2569

เส้นทางของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ชุดปัจจุบัน กำลังถูกจับตาอย่างหนัก หลังตรวจสอบย้อนหลังพบว่า กกต. 5 จาก 7 คน ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาชุดปี 2567 ซึ่งถูกเรียกในทางการเมืองว่า “สว.สีน้ำเงิน” จากข้อกล่าวหาเรื่องความเชื่อมโยงกับเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย

ประเด็นนี้ยิ่งร้อนแรงขึ้น เพราะ กกต.ชุดดังกล่าวเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาขั้นสุดท้ายใน คดีทุจริตการเลือก สว. ปี 2567 ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหาถึง 229 ราย รวม สว.ชุดปัจจุบัน 138 คน

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นหลัง กกต.ชุดเดิมทยอยพ้นวาระในปี 2568 ทำให้ สว.ชุด 2567 เข้ามามีบทบาทในการให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าสู่ตำแหน่ง กกต.

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 สว.ให้ความเห็นชอบ ณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็น กกต.คนแรกจากกระบวนการของ สว.ชุด 2567 ด้วยคะแนนเห็นชอบ 165 เสียง ก่อนที่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 กกต.มีมติ 4 ต่อ 3 เลือกณรงค์เป็นประธาน กกต. (iLaw)

ต่อมาในวันที่ 20 ตุลาคม 2568 สว.ให้ความเห็นชอบ ณรงค์ รักร้อย และ อนันต์ สุวรรณรัตน์ เข้ามาเป็น กกต.เพิ่มเติม ทำให้จำนวน กกต.ที่ผ่านความเห็นชอบจาก สว.ชุด 2567 เพิ่มขึ้นเป็น 3 คน (iLaw)

จากนั้นกระบวนการเปลี่ยน กกต.ที่ครบวาระยังดำเนินต่อไป และในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 มีการผลักดันบุคคลใหม่เข้าสู่กระบวนการ โดยสื่อและภาคประชาสังคมจับตาว่า หากได้รับความเห็นชอบเพิ่มเติม จะทำให้ กกต.ถึง 5 จาก 7 คนมีที่มาจากการให้ความเห็นชอบของ สว.ชุด 2567 (thansettakij)

หนึ่งในรายชื่อที่ถูกจับตาอย่างมากคือ จิรุตม์ วิศาลจิตร ซึ่ง สว.ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่ผู้ได้รับการเสนอชื่ออีกคนคือ มณฑล สุดประเสริฐ ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาในคราวเดียวกัน (iLaw)

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ร้อนแรงไม่ใช่เพียงจำนวน กกต.ที่ผ่านความเห็นชอบจาก สว. แต่คือ จังหวะเวลาที่ กกต.ชุดใหม่เข้ามารับผิดชอบคดีฮั้วเลือก สว.

คดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากคณะสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งมีความเห็นเสนอให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหารวม 229 ราย แบ่งเป็น สว.ชุดปัจจุบัน 138 ราย และเครือข่ายทางการเมืองอีก 91 ราย ก่อนส่งต่อให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ พิจารณา (Thai PBS)

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เสนอให้ยุติเรื่อง โดยเห็นว่าข้อกล่าวหาต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 รายไม่มีมูล ขณะที่อำนาจตัดสินขั้นสุดท้ายยังอยู่ที่ กกต.ชุดใหญ่ (Thai PBS)

ล่าสุดหลัง กกต.พิจารณาสำนวนแล้ว กำหนดกรอบการลงมติชี้ขาดคดีเป็นรายบุคคลในวันที่ 14 กันยายน 2569 ทำให้ทุกสายตาจับจ้องไปยัง กกต.ทั้ง 7 คนอย่างหนัก (thansettakij)

ทั้งหมดนี้จึงกลายเป็นปมใหญ่ด้าน ความเชื่อมั่นและความเป็นกลางขององค์กรอิสระ เพราะในขณะที่ กกต.กำลังจะตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการได้มาของ สว.ชุดปัจจุบัน กลับมี กกต.ถึง 5 จาก 7 คนที่ผ่านกระบวนการให้ความเห็นชอบโดย สว.ชุดเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม การระบุว่าบุคคลใดเป็น “คนของฝ่ายใด” ต้องแยกออกจากข้อเท็จจริงเรื่องกระบวนการแต่งตั้ง เพราะคำว่า “สีน้ำเงิน” เป็นการจัดกลุ่มทางการเมืองจากการรายงานข่าวและการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ ไม่ใช่สถานะทางกฎหมายของ กกต.แต่ละราย (bangkokbiznews)

แต่ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ สว.ชุด 2567 มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบ กกต. และในเวลานี้ กกต.ชุดดังกล่าวกำลังถืออำนาจชี้ขาดคดีฮั้ว สว.ที่สั่นสะเทือนทั้งระบบการเมือง

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ความเป็นกลางของ กกต.ถูกจับตามองอย่างเข้มข้น และผลการลงมติวันที่ 14 กันยายน 2569 จะกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรจัดการเลือกตั้งของประเทศ

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: iLaw, Thai PBS, ฐานเศรษฐกิจ, กรุงเทพธุรกิจ, สำนักข่าวอิศรา

#กกต #สว67 #สวสีน้ำเงิน #ฮั้วสว #คดีฮั้วสว #ภูมิใจไทย #องค์กรอิสระ #การเลือกตั้ง #การเมืองไทย #วิหคนิวส์