23 สิงหาคม 2569 | 14:37 น.
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา กางข้อกฎหมายถึงบทบาทของ กกต. และศาลฎีกา ในกระบวนการพิจารณาการเลือก สว. ย้ำชัดว่า “เหตุอันควรสงสัย” กับ “หลักฐานอันควรเชื่อได้” เป็นคนละขั้นตอน
🔴 แค่สงสัย = เปิดทางให้ตรวจสอบ
“เหตุอันควรสงสัย” เป็นเพียงจุดเริ่มต้นให้ กกต.สืบสวนและไต่สวน หากตรวจแล้วไม่มีหลักฐานรองรับ กกต.มีอำนาจ “ยุติเรื่อง” ไม่จำเป็นต้องส่งทุกสำนวนถึงศาลฎีกา
กระบวนการต้องเดินตามลำดับ
สงสัย ➡️ ไต่สวน ➡️ ชั่งน้ำหนักหลักฐาน ➡️ หลักฐานอันควรเชื่อได้ ➡️ ยื่นศาลฎีกา
🔥 แต่หลักฐานถึงเกณฑ์เมื่อไร กกต.ต้องส่งศาล
นายวัสชี้ว่า คดีเกี่ยวกับการเลือก สว.ขณะนี้อยู่ในขั้น หลังประกาศผลมาแล้วกว่า 2 ปี จึงไม่ใช่ขั้นที่จะอาศัยเพียง “เหตุอันควรสงสัย”
หากไต่สวนแล้วพบ “หลักฐานอันควรเชื่อได้” ว่ามีการทุจริต หรือการเลือกไม่สุจริตเที่ยงธรรม กกต.มีหน้าที่ต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา หากไม่ดำเนินการอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
⚖️ ศาลฎีกาเท่านั้น เป็นผู้ชี้ขาดขั้นสุดท้าย
การส่งสำนวนเข้าสู่ศาลไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดทันที เพราะอำนาจตัดสินว่าจะเพิกถอนสิทธิหรือไม่ อยู่ที่ ศาลฎีกา
📌 สรุปให้ชัด
“สงสัย” = เริ่มตรวจสอบ
“หลักฐานถึง” = กกต.ต้องยื่นศาล
“ศาลฎีกา” = ผู้ชี้ขาด
สำนักข่าววิหคนิวส์
#วัสติงสมิตร #ฮั้วสว #กกต #ศาลฎีกา #สว #รัฐธรรมนูญ #กฎหมาย #การเมือง #วิหคนิวส์
